DELTA มั่นใจรายได้ปีนี้โต 2 digit ชี้ AI-Data Center ดันออเดอร์ล่วงหน้าแน่น จ่อถกลูกค้าปรับขึ้นราคา Q4

DELTA มองทิศทางผลประกอบการในช่วงที่เหลือของปีเป็นบวก มั่นใจรายได้ทั้งปีโต 2 digit เผยออเดอร์ล่วงหน้าสินค้าเกี่ยวกับ AI และ Data Center แน่นปึ๊ก แม้ไตรมาส 2/69 กำไรชะลอตัวหลังเผชิญปัญหาต้นทุนสูงขึ้นจากขาดแคลนวัตถุดิบ และการตั้งสำรองสินค้าคงคลัง และยังส่งผลกระทบไตรมาส 3แต่คาดจะคลี่คลายจากการเร่งหาแหล่งสำรองวัตถุดิบ และในไตรมาส 4 จะมีการเจรจาปรับขึ้นราคาตามรอบ ช่วยลดผลกระทบมาตรการภาษีสหรัฐรอบใหม่สูงขึ้น

นายวิคเตอร์ เจิ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) [DELTA] กล่าวว่าบริษัทยังคงมีมุมมองเชิงบวกในช่วงที่เหลือของปี โดยยังตั้งเป้าหมายรายได้ทั้งปีเติบโตในระดับเลขสองหลัก (Double-digit growth) โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากความต้องการของตลาดที่เติบโตต่อเนื่อง รวมถึงปริมาณคำสั่งซื้อล่วงหน้าที่แข็งแกร่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับ AI และ Data Center แม้ยังมีปัจจัยท้าทายทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และต้นทุนที่สูงขึ้น รวมถึงข้อจำกัดด้านห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งบริษัทยังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

แม้ในไตรมาส 2/69 ผลการดำเนินงานจะชะลอตัวลงจากการขาดแคลนสินค้า และราคาที่เพิ่มขึ้นตามต้นทุน รวมทั้งอัตรากำไรขั้นต้นที่ถูกกดดันจากการตั้งสำรองสินค้าคงคลัง อย่างไรก็ตามบริษัทมองว่าในไตรมาส 3/69 น่าจะเห็นสัญญาณที่คลี่คลายจากการตั้งสำรองสินค้าคงคลัง ในแง่ของต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นตั้งแต่ต้นปีรวมถึงต้นทุนพลังงานและการขนส่งที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง บริษัทมีแผนจะเจรจากับลูกค้าตามรอบของการเจรจาในไตรมาส 4/69 เพื่อปรับเพิ่มราคาขายสินค้าเพื่อรักษาอัตรากำไร

“เรามีกระบวนการเจรจากับคู่ค้ารายปีอยู่แล้ว ส่วนการขอเจรจาราคาตอนนี้มีความพยายามจะเริ่มคุยกับลูกค้าแล้ว แต่กระบวนการต่าง ๆ คาดเห็นความชัดเจนช่วงเวลาเดียวกับที่มีการเจรจากับคู่ค้าในไตรมาส 4/69 โดยบริษัทมีความมั่นใจว่าเรามีเหตุผลที่สมเหตุสมผลในการขอเจรจาทั้งกับลูกค้าและคู่ค้า”

ขณะที่ปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบ โดยเฉพาะเซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductors) เป็นอุปสรรคสำคัญในระยะสั้น ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อผู้ผลิตจีน ทำให้บริษัทต้องเร่งหาแหล่งวัตถุดิบสำรองอย่างกะทันหัน ส่งผลกระทบต่อต้นทุนและการส่งมอบสินค้าในกลุ่ม AI และ Data Center อย่างไรก็ตามปัจจุบันสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย แต่คาดว่าจะยังส่งผลกระทบไปจนถึงไตรมาส 3/69

ทั้งนี้ ในแง่ของสถานะคำสั่งซื้อ ปัจจุบันบริษัทมีความชัดเจนของยอดคำสั่งซื้อล่วงหน้าของลูกค้าที่ส่งมาเป็นราย 6 เดือน ทำให้เห็นภาพรวมการผลิตที่ชัดเจน นอกจากนี้บริษัทยังมีนโยบายควบคุมความเสี่ยงด้วยการกำหนดช่วงเวลายืนยันออเดอร์ 3 เดือน ซึ่งเป็นช่วงที่ลูกค้าจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงคำสั่งซื้อได้

ด้านมาตรการภาษีการค้ารอบใหม่ ที่สหรัฐฯ จัดเก็บภาษีกับ 60 ประเทศและเขตเศรษฐกิจ รวมถึงประเทศไทยในอัตรา 12.5% บริษัทมองว่าอัตราภาษีระดับดังกล่าวใกล้เคียงกับประเทศอื่นในภูมิภาค ซึ่งยังสามารถแข่งขันได้ ทั้งนี้ด้วยอัตราภาษีที่สูงขึ้นจากเดิม 10 % บริษัทจะเจรจาเพื่อให้ลูกค้าจ่ายส่วนดังกล่าว ซึ่งทำให้บริษัทไม่ได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญจากการปรับเพิ่มภาษีดังกล่าว

DELTA ยังคงเดินหน้าลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) อย่างต่อเนื่องโดยใช้งบลงทุน 3-3.5% ของรายได้ เพื่อเตรียมความพร้อมของบุคลากรและเทคโนโลยีสำหรับตลาดในอนาคต ปัจจุบันรายได้ของ DELTA ประเทศไทย มีบทบาทสำคัญต่อเครือเดลต้า กรุ๊ป ทั่วโลก โดยสร้างรายได้ในสัดส่วน 1 ใน 3 และมีแนวโน้มจะขยับขึ้นสู่ระดับ 30-40% ภายใน 3 ปีข้างหน้า

ล่าสุด ราคาหุ้น DELTA ร่วงลงมา 5.64% ลดลง 17.00 บาท มาที่ 290 บาท มูลค่าซื้อขาย 4,391.86 ล้านบาท

โดย วรินทร ศิรินอก/เสาวลักษณ์ อวยพร