Shein พลิกขาดทุนไตรมาสแรก 99 ล้านดอลล์ รับผลกระทบภาษีสหรัฐฯ-ยุโรป ก่อนลุย IPO ฮ่องกง

ชีอิน (Shein) ยักษ์ใหญ่แพลตฟอร์มฟาสต์แฟชั่นออนไลน์ เปิดเผยเอกสารแสดงข้อมูลทางการเงินก่อนการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) ของชีอินว่า ผลประกอบการไตรมาส 1/2569 พลิกกลับมาขาดทุนสุทธิ 99 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากที่มีกำไรสุทธิ 395 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า เนื่องจากยอดขายชะลอตัวลงอย่างมาก หลังสหรัฐฯ ยกเลิกข้อยกเว้นภาษีนำเข้าพัสดุขนาดเล็ก ประกอบกับมีรายการบันทึกค่าใช้จ่ายทางบัญชีครั้งเดียวจำนวนมหาศาล

การเปิดเผยงบการเงินดังกล่าวเป็นการเตรียมความพร้อมของชีอินสำหรับเดินสายนำเสนอข้อมูลต่อนักลงทุน (Roadshow) และการเปิดจองซื้อหุ้น IPO ในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงอย่างเป็นทางการ

ชีอินระบุในเอกสารว่า นับตั้งแต่เดือน พ.ค. 2568 เป็นต้นมา การยกเลิกมาตรการข้อยกเว้นภาษีขั้นต่ำ (de minimis exemption) ของสหรัฐฯ ที่เคยอนุญาตให้พัสดุที่มีมูลค่าต่ำกว่า 800 ดอลลาร์สหรัฐ นำเข้าได้โดยไม่ต้องเสียภาษีศุลกากรนั้น ได้ส่งผลเสียอย่างหนักต่อยอดขายและอัตราการเติบโตในตลาดสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่สุดของบริษัท อีกทั้งยังส่งผลให้ค่าใช้จ่ายปรับตัวสูงขึ้น

ปัจจุบัน สินค้าต้นกำเนิดจีนที่ขายโดยชีอินหรือขายผ่านตลาดกลางของบริษัทและจัดส่งไปยังสหรัฐฯ นั้น ต้องเผชิญกับอัตราภาษีตั้งแต่ 10% ถึง 87.5% และเพื่อรับมือกับภาระภาษีที่เพิ่มขึ้นนี้ บริษัทกำลังพิจารณาทางเลือกที่หลากหลาย รวมถึงการปรับขึ้นราคาสินค้าในตลาดสหรัฐฯ เพื่อชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นบางส่วน

มาตรการภาษีดังกล่าวส่งผลให้รายได้ของชีอินในสหรัฐฯ ในไตรมาส 1/2569 ลดลง 14.3% เหลือ 2.04 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จาก 2.38 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยสัดส่วนรายได้จากสหรัฐฯ คิดเป็น 22.5% ของรายได้รวมในไตรมาสแรก ลดลงจากระดับ 29.4% ของรายได้รวมทั้งปีในปี 2566

นอกจากตลาดสหรัฐฯ แล้ว สหภาพยุโรป (EU) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งตลาดหลักของชีอิน ก็เริ่มจัดเก็บค่าธรรมเนียม 3 ยูโรสำหรับสินค้านำเข้าอีคอมเมิร์ซมูลค่าต่ำในเดือนนี้ (ก.ค. 2569) เพื่อสกัดกั้นสิ่งที่ EU เรียกว่า “การแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม” จากจีน โดยยุโรปมีสัดส่วนรายได้คิดเป็นเกือบหนึ่งในสามของรายได้รวมชีอินในปี 2568 และอาจได้รับผลกระทบเพิ่มขึ้นในปีนี้

ทั้งนี้ ชีอินเตือนไว้ในหนังสือชี้ชวนว่า แม้ยังเร็วเกินไปที่จะประเมินผลกระทบทั้งหมด แต่มีความเป็นไปได้ว่าทิศทางผลกระทบใน EU อาจใกล้เคียงหรือมากกว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นในสหรัฐฯ หลังการยกเลิกข้อยกเว้น de minimis

สำหรับปัจจัยที่ทำให้ชีอินพลิกขาดทุนในไตรมาส 1/2569 ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการปรับเปลี่ยนเกณฑ์ทางบัญชี ทำให้บริษัทต้องบันทึกรายการขาดทุนจากการปรับมูลค่ายุติธรรม (fair-value charge) ของหุ้นบุริมสิทธิแปลงสภาพที่ไถ่ถอนได้ เป็นจำนวนเงินถึง 328 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่อัตรากำไรจากการดำเนินงาน (Operating Margin) ในไตรมาสแรกลดลงมาอยู่ที่ 2.9% จาก 3.9% ในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า

ขณะเดียวกัน ภาพรวมผลประกอบการตลอดปี 2568 ชีอินมีกำไรสุทธิลดลง 38.7% เหลือ 2.06 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ส่วนรายได้รวมขยายตัว 8% แตะที่ 4.185 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับการเติบโตในระดับ 20.7% ในปี 2567

โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/รัตนา พงศ์ทวิช