คลัง เผยศก.ไทย มิ.ย. มีแรงหนุนจากภาคส่งออก ยังต้องจับตาค่าเงิน-น้ำมัน-สงครามตอ.กลาง

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า สถานการณ์เศรษฐกิจไทยในเดือนมิถุนายน 2569 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการส่งออกสินค้าที่ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 24 สอดคล้องกับการขยายตัวของการบริโภคในหมวดสินค้าคงทน ขณะที่การท่องเที่ยวภายในประเทศยังคงขยายตัว แต่ในอัตราที่ชะลอลง

ทั้งนี้ ยังจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์ค่าเงินบาท ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก และสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่การผลิตสินค้า และเศรษฐกิจไทย

– เครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการบริโภคภาคเอกชน มีสัญญาณขยายตัวต่อเนื่องจากช่วงเดียวกันปีก่อนโดยเฉพาะการบริโภคในหมวดสินค้าคงทน โดยปริมาณรถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่ และปริมาณรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ในเดือนมิถุนายน 2569 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน และเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า สอดคล้องกับรายได้เกษตรกรที่แท้จริง ในเดือนมิถุนายน 2569 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน

ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ในเดือนมิถุนายน 2569 ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน มาอยู่ที่ระดับ 50.7 จากระดับ 49.5 ในเดือนก่อนหน้า สะท้อนการฟื้นตัวของความเชื่อมั่นหลังจากชะลอตัวต่อเนื่อง แม้ว่าผู้บริโภคและภาคธุรกิจยังคงกังวลต่อปัจจัยเสี่ยงทางเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ

– เครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการลงทุนภาคเอกชน มีสัญญาณดีขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยการลงทุนภาคเอกชนในหมวดเครื่องมือเครื่องจักร สะท้อนจากปริมาณการนำเข้าสินค้าทุน (ตัวเลขเบื้องต้น) ในเดือนมิถุนายน 2569 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน และเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ขณะที่ปริมาณรถยนต์เชิงพาณิชย์จดทะเบียนใหม่ ในเดือนมิถุนายน 2569 ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน

สำหรับการลงทุนภาคเอกชนในหมวดการก่อสร้าง สะท้อนจากปริมาณจำหน่ายปูนซีเมนต์ในเดือนมิถุนายน 2569 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน และภาษีจากการทำธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์ ในเดือนมิถุนายน 2569 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน

– มูลค่าการส่งออกสินค้า ขยายตัวต่อเนื่อง โดยมูลค่าการส่งออกสินค้ารวมในรูปเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ ในเดือนมิถุนายน 2569 อยู่ที่ 34,655.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 20.8% และถือเป็นการขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 24 และหากพิจารณาเฉพาะมูลค่าการส่งออกสินค้าที่ไม่รวมน้ำมันและสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับทองคำ และยุทธปัจจัย พบว่า ขยายตัว 23.1% ทั้งนี้ เมื่อพิจารณามูลค่าการส่งออกสินค้า โดยจำแนกเป็นรายตลาดคู่ค้าหลักของไทย พบว่า ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในตลาดสหรัฐฯ อาเซียน (5) ทวีปออสเตรเลีย และญี่ปุ่น

– เครื่องชี้เศรษฐกิจไทยด้านอุปทาน โดยเฉพาะบริการด้านการท่องเที่ยวขยายตัว แต่ในอัตราชะลอลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยภาคบริการด้านการท่องเที่ยว ในเดือนมิถุนายน 2569 มีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย ในเดือนมิถุนายน 2569 จำนวน 22.8 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 1.4% ส่วนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทย จำนวน 1.84 ล้านคน ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน -9.8%

ขณะที่ภาคการเกษตร สะท้อนจากดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตร ในเดือนมิถุนายน 2569 ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน -1.8% ตามการลดลงในหมวดพืชผลสำคัญ อาทิ ปาล์มน้ำมัน และมันสำปะหลัง สำหรับภาคอุตสาหกรรม สะท้อนจากดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม ในเดือนมิถุนายน 2569 ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 88.2 จากระดับ 84.7 ในเดือนก่อนหน้าโดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการภาครัฐ อาทิ มาตรการไทยช่วยไทยพลัส ช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนและโครงการ Thailand Fast Pass ช่วยเร่งรัดให้เกิดการลงทุน

– เสถียรภาพเศรษฐกิจ ยังอยู่ในเกณฑ์ดี สะท้อนจากอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนมิถุนายน 2569 อยู่ที่ 2.42% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 1.23% ส่วนสัดส่วนหนี้สาธารณะ ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม 2569 อยู่ที่ 66.8% ต่อ GDP ซึ่งยังอยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลังที่ตั้งไว้ ตามพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561

สำหรับเสถียรภาพภายนอกยังอยู่ในระดับที่มั่นคง และสามารถรองรับความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้ สะท้อนจากทุนสำรองระหว่างประเทศ ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูงที่ 279.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

โดย กษมาพร กิตติสัมพันธ์