ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกในวันจันทร์ (27 ก.ค.) หลังจากที่สหรัฐอเมริกาและอิหร่านระงับการโจมตีชั่วคราว ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวลดลง และช่วยหนุนการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก
ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X] ปิดที่ 10,781.75 จุด เพิ่มขึ้น 45.52 จุด หรือ +0.42%
ทั้งนี้ หลังจากสหรัฐฯ เดินหน้าโจมตีทางอากาศต่ออิหร่านอย่างหนักหน่วงติดต่อกัน 13 คืน กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ก็ได้สั่งระงับปฏิบัติการดังกล่าวเมื่อช่วงค่ำวันศุกร์ (24 ก.ค.) และทั้งสองฝ่ายไม่มีรายงานการโจมตีติดต่อกันเป็นวันที่ 3 แล้ว
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวว่า การเจรจากับอิหร่านเป็นไปด้วยดี และยังมีโอกาสที่จะบรรลุข้อตกลงสันติภาพ แต่ก็เตือนว่าสหรัฐฯ จะกลับมาโจมตีอีกครั้ง หากการเจรจาไม่บรรลุผล
ก่อนหน้านี้ เอสมาอิล บากาอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า อิหร่านยังคงมีจุดยืน “ตาต่อตา ฟันต่อฟัน” แต่หากสหรัฐฯ ระงับการโจมตีอิหร่าน อิหร่านก็จะระงับการโจมตีด้วยเช่นกัน พร้อมกับเปิดเผยว่า สหรัฐฯ กำลังเจรจากับอิหร่านผ่านตัวกลาง ซึ่งรวมถึงปากีสถานและกาตาร์
สถานการณ์ในตะวันออกกลางที่คลี่คลายส่งผลให้ราคาน้ำมันร่วงลง และฉุดหุ้นกลุ่มพลังงานของอังกฤษลดลง 1.5% ซึ่งเป็นการร่วงลงรายวันมากที่สุดนับตั้งแต่ช่วงต้นเดือน
อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันที่ลดลงหนุนหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวและนันทนาการเพิ่มขึ้น 1.7% โดยหุ้นบริษัทสายการบิน IAG ปรับตัวขึ้น 1.5% และหุ้น Whitbread เจ้าของแบรนด์โรงแรม Premier Inn เพิ่มขึ้น 1%
นักลงทุนจับตาการรายงานผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของสหรัฐฯ ได้แก่ Microsoft, Amazon, Meta และ Apple ในสัปดาห์นี้ เพื่อมองหาสัญญาณว่าการปรับตัวขึ้นของตลาดที่ขับเคลื่อนโดยกระแส AI จะสามารถดำเนินต่อไปได้หรือไม่
นอกจากนี้ นักลงทุนยังรอดูธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) และธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) ประกาศอัตราดอกเบี้ยในสัปดาห์นี้ พร้อมทั้งจับตาถ้อยแถลงด้านนโยบาย เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ถึงทิศทางการดำเนินนโยบายครั้งต่อไปของธนาคารกลางทั้งสองแห่ง
โดย ปรียพรรณ มีสุข





