ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 33.60 แกว่งแคบ ตลาดไร้ปัจจัยใหม่ จับตาทิศทางดอกเบี้ยเฟดกลางสัปดาห์

ค่าเงินบาท [USDTHB.X] ปิดตลาดที่ระดับ 33.60 บาท/ดอลลาร์ ทรงตัวจากช่วงเช้าที่เปิดตลาดที่ระดับ 33.57 บาท/ดอลลาร์

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า ระหว่างวันเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 33.55 – 33.65 บาท/ดอลลาร์ เงินบาทและสกุลเงินส่วนใหญ่ในภูมิภาคทรงตัว โดยระหว่างวันยังไร้ปัจจัยใหม่

ตลาดรอติดตามผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในสัปดาห์นี้ โดยคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ พร้อมจับตาถ้อยแถลงของประธานเฟดว่าจะมีการส่งสัญญาณขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.ย. เพิ่มเติมหรือไม่ ขณะเดียวกัน ยังต้องติดตามสถานการณ์การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึงราคาทองคำด้วย

นักบริหารเงิน คาดว่า วันพฤหัสบดี (30 ก.ค. ) เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 33.30 – 34.00 บาท/ดอลลาร์

* ปัจจัยสำคัญ

– เงินเยน อยู่ที่ระดับ 163.50 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่ระดับ 163.56 เยน/ดอลลาร์

– เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1400 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเช้าที่ระดับ 1.1410 ดอลลาร์/ยูโร

– ดัชนี SET ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,624.47 จุด ลดลง 19.92 จุด (-1.21%) โดยมีมูลค่าการซื้อขาย 88,483.62 ล้านบาท

– สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติขายสุทธิ 1,698.17 ล้านบาท

– นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีสหรัฐฯ ประกาศใช้อัตราภาษีตามมาตรา 301 กับประเทศคู่ค้ากว่า 60 ประเทศ ซึ่งประเทศไทยถูกเรียกเก็บภาษีในอัตรา 12.5% ว่า ทุกหน่วยงานไม่ควรมองเพียงตัวเลขอัตราภาษี แต่ต้องเร่งแก้ไขปัจจัยเสี่ยงที่สหรัฐฯ ให้ความสำคัญ โดยเฉพาะประเด็นแรงงานบังคับ (Forced Labor) และกำลังการผลิตส่วนเกิน (Excess Capacity) ซึ่งอาจถูกนำมาใช้เป็นเหตุในการเพิ่มมาตรการทางการค้ากับไทยในอนาคต

– ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติหลักการขยายระยะเวลามาตรการลดภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ที่ 7% ออกไปอีก 1 ปี เริ่มตั้งแต่ 1 ต.ค. 69 ถึง 30 ก.ย.70 เพื่อช่วยพยุงค่าครองชีพ รักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจไทย

– สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า สถานการณ์เศรษฐกิจไทยในเดือนมิ.ย. 69 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการส่งออกสินค้าที่ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 24 สอดคล้องกับการขยายตัวของการบริโภคในหมวดสินค้าคงทน ขณะที่การท่องเที่ยวภายในประเทศยังคงขยายตัว แต่ในอัตราที่ชะลอลง ทั้งนี้ ยังจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์ค่าเงินบาท ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก และสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่การผลิตสินค้า และเศรษฐกิจไทย

– สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เผยดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนมิ.ย. 69 อยู่ที่ระดับ 94.99 หดตัว 3.10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ส่วนไตรมาส 2/69 หดตัว 1.79% แนะผู้ประกอบการเร่งบริหารความเสี่ยง และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เพื่อลดผลกระทบในระยะยาว สศอ. ประเมินผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง คาดราคาน้ำมัน +25% (เป็น 100-105 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล) คาด GDP อุตฯ ลดลง 0.22% (9.3-11.3 พันล้านบาท)

– กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) มีมุมมองว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 33.40-34.00 บาท/ดอลลาร์ ตลาดจะติดตามการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) วันที่ 28-29 ก.ค. ซึ่งคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.50-3.75% และอาจแสดงความกังวลต่อเงินเฟ้อมากขึ้น ด้านสงครามในตะวันออกกลาง สหรัฐฯ และอิหร่าน พักการโจมตีชั่วคราว อย่างไรก็ดี สถานการณ์ยังเปราะบาง โดยในภาวะที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ ดูมีความพร้อมมากกว่าที่จะรับมือกับความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ แรงขายเงินดอลลาร์จะเป็นไปอย่างจำกัด และหากราคาพลังงาน และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรต่างประเทศยังอยู่ในระดับสูง ค่าเงินบาทจะเผชิญแรงกดดันอย่างต่อเนื่อง

– กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เผยสถานการณ์ท่องเที่ยวไทยสัปดาห์ล่าสุด (19-25 ก.ค. 69) มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศชะลอตัวลงเล็กน้อย โดยตลาดระยะใกล้ ได้แรงหนุนจากช่วงปิดซัมเมอร์ในจีน-เกาหลีใต้ ร่วมกับการเพิ่มเที่ยวบินตรง ขณะที่ตลาดระยะไกล ยุโรปขยายตัวต่อเนื่องจากการเปิดเส้นทางบินใหม่ ส่งผลให้ยอดนักท่องเที่ยวสะสมตั้งแต่ต้นปี เฉียด 18 ล้านคน ทำรายได้กว่า 8.67 แสนล้านบาท

– ธนาคารกลางสิงคโปร์ (MAS) มีมติดำเนินนโยบายคุมเข้มทางการเงินเป็นครั้งที่สองติดต่อกันในวันนี้ (27 ก.ค.) ซึ่งเป็นการดำเนินการเชิงรุกเพื่อรับมือกับราคาน้ำมันที่กลับมาพุ่งสูงขึ้น แม้ว่าเงินเฟ้อภายในประเทศจะยังคงอยู่ในระดับต่ำก็ตาม

โดย ปภัสสร องค์พิเชฐเมธา/รัชดา คงขุนเทียน

ข่าวล่าสุด