
พนักงานมากกว่า 1,100 คนจากบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ เรียกร้องเมื่อวันอังคาร (28 ก.ค.) ให้รัฐบาลสหรัฐฯ สนับสนุนความร่วมมือระดับนานาชาติ เพื่อพัฒนาเครื่องมือสำหรับกำหนดจังหวะการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) ขั้นสูง
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่บริษัท AI เดินหน้าพัฒนาระบบที่มีความสามารถเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดความกังวลว่า ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีอาจรวดเร็วกว่าระบบด้านความปลอดภัย การกำกับดูแล และการตรวจสอบที่มีอยู่ในปัจจุบัน
โครงการ Pacing the Frontier ซึ่งเป็นโครงการริเริ่มดังกล่าว มีพนักงานจากเมตา แพลตฟอร์มส์ (Meta Platforms), แอนโทรปิก (Anthropic), โอเพนเอไอ (OpenAI) และกูเกิล (Google) บริษัทในเครืออัลฟาเบท (Alphabet) เข้าร่วม โดยได้รับการสนับสนุนจากองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร Guidelight AI Standards และ Encode AI
ผู้เข้าร่วมโครงการระบุว่า ต้องการให้รัฐบาลสหรัฐฯ สนับสนุนความร่วมมือระหว่างประเทศในการพัฒนาเครื่องมือด้านเทคนิคและการกำกับดูแลที่จำเป็น เพื่อควบคุมจังหวะการพัฒนา AI อัตโนมัติขั้นสูงอย่างรอบคอบ
ผู้ลงนามในแถลงการณ์ดังกล่าวประกอบด้วย ดาริโอ อมาเดอี ซีอีโอของแอนโทรปิก รวมถึงผู้ร่วมก่อตั้งหลายราย ดอว์น ซอง รองประธานฝ่ายวิจัย AI ของเมตา แพลตฟอร์มส์ และจาคุบ ปาโชกกี หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ของโอเพนเอไอ
โอเพนเอไอ ระบุผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า บริษัทเชื่อว่า ในอนาคตการพัฒนาโมเดล AI ระดับแนวหน้าอาจเดินหน้าเร็วมากจนทั่วโลกจำเป็นต้องกำหนดจังหวะของความก้าวหน้าด้าน AI
ด้านแอนโทรปิก ระบุผ่านโพสต์บน X ว่า งานวิจัยเกี่ยวกับการพัฒนาตนเองแบบวนซ้ำ (recursive self-improvement) ซึ่งเผยแพร่เมื่อเดือนที่แล้ว สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการมีเครื่องมือสำหรับควบคุมจังหวะการพัฒนา AI เพื่อให้สังคมสามารถเตรียมพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้
เมื่อเดือนที่แล้ว แอนโทรปิก ซึ่งเป็นผู้พัฒนา Claude Code ได้เรียกร้องให้ห้องปฏิบัติการ AI รายใหญ่พิจารณาหยุดการพัฒนาเทคโนโลยีร่วมกันชั่วคราว โดยเตือนว่า ความก้าวหน้าของ AI อาจทำให้ระบบ AI สามารถปรับปรุงตัวเองได้เร็วกว่าที่สังคมจะสามารถจัดการความเสี่ยงได้
ขณะเดียวกัน อินวิเดีย (Nvidia) เปิดเผยเมื่อวันจันทร์ว่า บริษัทได้จัดตั้งพันธมิตรร่วมกับอะโดบี (Adobe), คราวด์สไตรก์ (CrowdStrike) และบริษัทอื่น ๆ เพื่อพัฒนาเครื่องมือด้านความปลอดภัยของ AI และความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ล่าสุดของฮักกิงเฟซ (Hugging Face) เพิ่มความกังวลเกี่ยวกับเอเจนต์ AI ที่สามารถทำงานได้ด้วยตัวเองมากขึ้น
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช





