ดาวโจนส์ฟิวเจอร์ดิ่งกว่า 300 จุด ราคาน้ำมันพุ่งกดดันตลาด

ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ดิ่งลงกว่า 300 จุดในวันนี้ โดยได้รับผลกระทบจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมัน ซึ่งทำให้นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ และการใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)

ณ เวลา 19.29 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ดิ่งลง 359 จุด หรือ 0.68% สู่ระดับ 52,585 จุด

ราคาน้ำมันโลกพุ่งขึ้นกว่า 6% ในวันนี้ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวของ Fox News ว่า สหรัฐจะโจมตีอิหร่านอย่างหนัก เพื่อตอบโต้ต่อการที่อิหร่านทำการโจมตีแบบไม่ทันตั้งตัวต่อกองกำลังสหรัฐ

กองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) โพสต์ข้อความบน X ระบุว่า “กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) ได้ยิงขีปนาวุธโจมตีกองกำลังสหรัฐที่ประจำการอยู่ในตะวันออกกลาง”

นอกจากนี้ สหรัฐและซาอุดีอาระเบียได้ทำการโจมตีศูนย์ลำเลียงยุทโธปกรณ์และคลังอาวุธของกลุ่มก่อการร้ายหลายแห่งในพื้นที่ภาคตะวันออกของอิรักเมื่อวานนี้เพื่อตอบโต้ต่อการโจมตีด้วยโดรนมากกว่า 30 ครั้งในช่วง 3 วันที่ผ่านมา ซึ่ง CENTCOM ระบุว่าเป็นฝีมือของกลุ่มก่อการร้ายที่มีอิหร่านหนุนหลัง

ขณะเดียวกัน การที่กลุ่มฮูตีทำการโจมตีต่อโรงงานน้ำมันและโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย ก็ยิ่งเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับอุปทานน้ำมัน

นักลงทุนจับตาผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในคืนนี้ ซึ่งนายเควิน วอร์ช จะทำหน้าที่ประธานการประชุมเป็นครั้งที่ 2 และจะมีการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนหลังเสร็จสิ้นการประชุม โดยนายวอร์ชจะชี้แจงเหตุผลของเฟดในการตัดสินใจกำหนดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ แต่ไม่มีแนวโน้มส่งสัญญาณทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของเฟดในปีนี้

ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 64.2% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมคืนนี้

นอกจากนี้ นักลงทุนให้น้ำหนัก 80.1% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.25% สู่ระดับ 3.75-4.00% ในการประชุมเดือนก.ย.

โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ