
ดัชนีดาวโจนส์ดิ่งลงกว่า 700 จุด ขณะที่ราคาน้ำมันโลกพุ่งขึ้นกว่า 7% หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ประกาศว่าสหรัฐจะถล่มอิหร่านอย่างหนัก
ณ เวลา 21.13 น.ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] ลบ 752.85 จุด หรือ 1.43% สู่ระดับ 51,994.47 จุด
ราคาน้ำมันโลกพุ่งขึ้นกว่า 7% หลังสำนักข่าว Fox News รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวในวันนี้ว่า สหรัฐจะถล่มอิหร่านอย่างหนัก หลังจากอิหร่านก่อเหตุโจมตีอย่างไม่คาดคิดต่อกองกำลังสหรัฐในประเทศจอร์แดน
ปธน.ทรัมป์กล่าวถ้อยแถลงดังกล่าวในการให้สัมภาษณ์กับ Fox News โดยผู้สื่อข่าวของ Fox News อ้างคำพูดของเขาว่า “เราจะโจมตีพวกเขาอย่างหนัก พวกเขาจะได้รับบทเรียนอย่างสาสม”
ทั้งนี้ กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) ระบุว่า กองกำลังอิหร่านได้ยิงขีปนาวุธโจมตีฐานทัพอากาศของสหรัฐ และกองบัญชาการกลางของสหรัฐที่ตั้งอยู่ในจอร์แดน
ด้านกองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) เปิดเผยว่า สหรัฐสามารถสกัดกั้นความพยายามโจมตีด้วยขีปนาวุธของอิหร่าน ซึ่งมีเป้าหมายโจมตีกองกำลังสหรัฐที่ประจำการอยู่ในตะวันออกกลาง
นักลงทุนจับตาผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในคืนนี้ ซึ่งนายเควิน วอร์ช จะทำหน้าที่ประธานการประชุมเป็นครั้งที่ 2 และจะมีการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนหลังเสร็จสิ้นการประชุม โดยนายวอร์ชจะชี้แจงเหตุผลของเฟดในการตัดสินใจกำหนดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ แต่ไม่มีแนวโน้มส่งสัญญาณทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของเฟดในปีนี้
ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 64.2% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมคืนนี้
นอกจากนี้ นักลงทุนให้น้ำหนัก 80.1% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.25% สู่ระดับ 3.75-4.00% ในการประชุมเดือนก.ย.
โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ




