ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ได้ออกแถลงการณ์ภายหลังการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ซึ่งเสร็จสิ้นลงในวันพุธที่ 29 ก.ค. ตามเวลาสหรัฐฯ โดยคณะกรรมการฯ มีมติด้วยคะแนนเสียง 9 ต่อ 3 ในการคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 3.50-3.75% เพื่อสนับสนุนภารกิจ Dual Mandate ของเฟด คือการจ้างงานที่ขยายตัวอย่างเต็มศักยภาพและอัตราเงินเฟ้อที่เคลื่อนตัวสู่เป้าหมายที่ระดับ 2% ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ ยังคงยืนยันถึงนโยบายในการรักษาระดับทุนสำรองให้มีความเพียงพอในระบบธนาคาร
กิจกรรมทางเศรษฐกิจกำลังขยายตัวในอัตราที่แข็งแกร่ง แม้ความไม่แน่นอนจะเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ขณะที่การเติบโตของผลิตภาพและการลงทุนในด้านทุนนั้นมีความแข็งแกร่ง ส่วนการจ้างงานที่เพิ่มขึ้นก็มีความสอดคล้องกับกำลังแรงงาน และอัตราว่างงานมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย
อัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับเป้าหมายที่ระดับ 2% ของคณะกรรมการฯ ซึ่งส่วนหนึ่งสะท้อนถึงภาวะช็อกด้านอุปทานที่ผลักดันให้ราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้นในบางภาคส่วน รวมถึงภาคพลังงาน ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ จะดำเนินการเพื่อรักษาเสถียรภาพของราคา
สำหรับกรรมการที่ลงมติคัดค้านการดำเนินนโยบายการเงินดังกล่าว ได้แก่ เบธ เอ็ม แฮมแมค, นีล แคชคารี, ลอรี เค โลแกน ซึ่งต้องการให้ปรับเพิ่มช่วงเป้าหมายอัตราดอกเบี้ยนโยบายขึ้น 0.25% ในการประชุมครั้งนี้
โดย รัตนา พงศ์ทวิช/กัลยาณี ชีวะพานิช





