ตลาดหุ้นเอเชียเปิดผสมผสาน นลท.จับตาตะวันออกกลาง

ตลาดหุ้นเอเชียเปิดผสมผสานในวันนี้ (30 ก.ค.) ขณะที่นักลงทุนยังคงจับตาความเคลื่อนไหวในตะวันออกกลาง หลังจากราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นจากสถานการณ์ในภูมิภาคกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง โดยรายงานล่าสุดระบุว่ากองกำลังสหรัฐฯ ได้เปิดฉากโจมตีอิหร่านระลอกใหม่ เพียงไม่นานหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ว่าจะโจมตีอิหร่านอย่างหนักหน่วง เพื่อตอบโต้ที่อิหร่านโจมตีกองกำลังของสหรัฐฯ ที่ประจำการอยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง

  • ดัชนีนิกเกอิ [NIKKEI.X] ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ 61,258.34 จุด ลดลง 175.85 จุด หรือ -0.29%
  • ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ 25,875.83 จุด เพิ่มขึ้น 67.91 จุด หรือ +0.26%
  • ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต [SSE.X] ตลาดหุ้นจีนเปิดที่ 3,812.11 จุด ลดลง 16.36 จุด หรือ -0.42%
  • ดัชนี KOSPI [KOSPI.X] ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ดีดตัวขึ้น 1.35%
  • ดัชนี S&P/ASX 200 [XJO.X] ตลาดหุ้นออสเตรเลียลดลง 0.47%

สัญญาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ส่งมอบเดือนก.ย. พุ่งขึ้น 5.20 ดอลลาร์ หรือ 6.56% ปิดที่ 84.46 ดอลลาร์/บาร์เรล ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กในวันพุธ (29 ก.ค.) และสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) [BRENT.X] ส่งมอบเดือนก.ย. เพิ่มขึ้น 6.65 ดอลลาร์ หรือ 7.91% ปิดที่ 90.74 ดอลลาร์/บาร์เรล

ราคาน้ำมันพุ่งขึ้น หลังจากกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ได้ยิงขีปนาวุธหลายลูกโจมตีกองกำลังสหรัฐฯ ที่ประจำการอยู่ในตะวันออกกลางเมื่อช่วงเย็นวันอังคารตามเวลาสหรัฐฯ (28 ก.ค.) โดยกองทัพสหรัฐฯ ระบุว่าเป็นความพยายามโจมตีแบบไม่ให้ตั้งตัว

ล่าสุด กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) แถลงผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า กองทัพสหรัฐฯ ได้เปิดฉากโจมตีเป้าหมายในอิหร่านระลอกใหม่เมื่อเวลา 20.00 น. ของวันพุธ (29 ก.ค.) ตามเวลาฝั่งตะวันออก หรือตรงกับเวลา 07.00 น. ตามเวลาไทยในวันนี้ (30 ก.ค.) เพื่อตอบโต้อิหร่านที่โจมตีกองกำลังสหรัฐฯ ที่ประจำการอยู่ในตะวันออกกลางเมื่อวันอังคาร

ปฏิบัติการโจมตีครั้งใหม่นี้มีขึ้นไม่นาน หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวเมื่อช่วงบ่ายวันพุธว่า สหรัฐฯ จะตอบโต้อิหร่านอย่างรุนแรง หลังจากอิหร่านได้ก่อเหตุโจมตีกองกำลังสหรัฐฯ ที่ประจำการในภูมิภาคดังกล่าว

ขณะเดียวกันนักลงทุนประเมินผลกระทบจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีมติ 9-3 ในการคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมเมื่อวันพุธ ซึ่งเป็นการคงอัตราดอกเบี้ยครั้งที่ 5 ติดต่อกัน

ผลการประชุมครั้งนี้ไม่เป็นเอกฉันท์ เนื่องจากสมาชิก FOMC จำนวน 9 รายลงมติคงอัตราดอกเบี้ย ขณะที่ 3 รายลงมติให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ ซึ่งสมาชิกทั้ง 3 ราย ได้แก่ เบธ แฮมแมค ประธานเฟดสาขาคลีฟแลนด์, นีล แคชแครี ประธานเฟดสาขามินนิอาโปลิส และลอรี โลแกน ประธานเฟดสาขาดัลลัส โดยสมาชิก 3 รายดังกล่าวได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่สูงกว่าเป้าหมาย 2% ของเฟดเป็นเวลากว่า 5 ปี

โดย รัตนา พงศ์ทวิช/ปนัยดา ปัทมโกวิท

ข่าวล่าสุด