ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าปรับตัวขึ้นเป็นส่วนใหญ่ในวันนี้ (31 ก.ค.) นำโดยตลาดหุ้นเกาหลีใต้ที่พุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อหุ้นกลุ่มชิป หลังจากที่หุ้นกลุ่มดังกล่าวทะยานขึ้นอย่างแข็งแกร่งในตลาดวอลล์สตรีท ซึ่งทำให้ตลาดมีความหวังว่าแรงเทขายหุ้นที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) เมื่อไม่นานมานี้ อาจใกล้สิ้นสุดลง
นอกจากนี้ ผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัท Amazon และ Microsoft ยังช่วยให้นักลงทุนมีมุมมองบวกเกี่ยวกับการใช้จ่ายด้าน AI ของบรรดาบริษัทในกลุ่มเทคโนโลยี
- ดัชนีนิกเกอิ [NIKKEI.X] ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดเช้าที่ 64,572.25 จุด เพิ่มขึ้น 2,704.82 จุด หรือ +4.37%
- ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] ตลาดหุ้นฮ่องกงปิดเช้าที่ 25,830.58 จุด ลดลง 28.30 จุด หรือ -0.11%
- ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต [SSE.X] ตลาดหุ้นจีนปิดเช้าที่ 3,833.65 จุด เพิ่มขึ้น 28.96 จุด หรือ +0.76%
- ดัชนี KOSPI [KOSPI.X] ตลาดหุ้นเกาหลีใต้พุ่งขึ้น 13.8%
- ดัชนี S&P/ASX 200 [XJO.X] ตลาดหุ้นออสเตรเลียบวก 0.2%
หุ้น SK hynix และหุ้น Samsung พุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่ง และเป็นปัจจัยหนุนตลาดหุ้นเกาหลีใต้ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์
ขณะเดียวกัน นักลงทุนจับตาความเคลื่อนไหวของเงินเยนอย่างใกล้ชิด หลังจากมีรายงานว่ารัฐบาลญี่ปุ่นได้เข้าแทรกแซงตลาดปริวรรตเงินตราในวันพฤหัสบดี (30 ก.ค.) โดยได้เข้าซื้อสกุลเงินเยนและเทขายสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นหลังจากเงินเยนอ่อนค่าลงแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 39 ปี
ด้านธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 1% ในการประชุมวันนี้ สอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ หลังจากที่ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจากระดับ 0.75% สู่ระดับ 1% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 31 ปี ในการประชุมเมื่อวันที่ 16 มิ.ย.
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจเช้านี้ สำนักงานสถิติแห่งชาติจีนรายงานว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต ร่วงลงสู่ระดับ 49.2 ในเดือนก.ค. จากระดับ 50.3 ในเดือนมิ.ย. และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 50 เนื่องจากปัจจัยบวกจากการเร่งส่งออกที่เคยช่วยหนุนการฟื้นตัวในช่วงไตรมาส 2/2569 เริ่มแผ่วลง ซึ่งอาจเพิ่มแรงกดดันให้รัฐบาลจีนต้องเร่งกระตุ้นอุปสงค์ภายในประเทศ
ดัชนี PMI เดือนก.ค.ถือเป็นระดับที่อ่อนแอที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.พ. นอกจากนี้ ดัชนีที่ระดับต่ำกว่า 50 บ่งชี้ว่า ภาคการผลิตของจีนอยู่ในภาวะหดตัว และเป็นการหดตัวครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนก.พ.เช่นกัน
ส่วนดัชนี PMI นอกภาคการผลิต ซึ่งรวมถึงกิจกรรมในภาคก่อสร้างและการบริการ อยู่ที่ระดับ 49 ในเดือนก.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค. 2565 และลดลงจากระดับ 50.2 ในเดือนมิ.ย. โดยดัชนีที่อยู่ต่ำกว่า 50 บ่งชี้ถึงภาวะหดตัวเช่นกัน
โดย รัตนา พงศ์ทวิช/ปรียพรรณ มีสุข




