
ศาลรัฐธรรมนูญของอินโดนีเซียมีคำวินิจฉัยเมื่อวันพฤหัสบดี (30 ก.ค.) ว่า รัฐบาลไม่สามารถนำงบประมาณด้านการศึกษาไปใช้สนับสนุนโครงการอาหารฟรีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อไปได้ ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งอุปสรรคต่อโครงการเรือธงของประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ซึ่งใช้เป็นนโยบายหาเสียงสำคัญ
คำวินิจฉัยดังกล่าวมีขึ้นหลังกลุ่มนักเรียนและบุคลากรทางการศึกษายื่นคำร้องคัดค้านกฎหมายงบประมาณแผ่นดินปี 2569 ซึ่งกำหนดให้โครงการอาหารฟรีเป็นส่วนหนึ่งของการจัดการศึกษาและใช้งบประมาณด้านการศึกษาเพื่อการดำเนินงาน
ซูฮาร์โตโย ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ระบุว่า อย่างช้าที่สุดตั้งแต่ปี 2571 เป็นต้นไป งบประมาณของโครงการอาหารฟรีจะต้องแยกออกจากงบประมาณค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาที่ใช้ในการดำเนินงาน พร้อมทั้งแนะนำให้รัฐบาลเริ่มแยกงบประมาณดังกล่าวตั้งแต่ปีหน้า ขณะที่อินโดนีเซียมีกำหนดเสนอร่างงบประมาณแผ่นดินปี 2570 ในเดือนหน้า
โครงการอาหารฟรีเริ่มดำเนินการในปี 2568 โดยมีเป้าหมายจัดหาอาหารให้เด็กนักเรียนและสตรีมีครรภ์รวม 83 ล้านคน เพื่อแก้ไขปัญหาภาวะทุพโภชนาการ
อย่างไรก็ตาม ด้วยขนาดของโครงการและความท้าทายในการดำเนินงานในประเทศหมู่เกาะที่มีประชากรราว 280 ล้านคน ทำให้รัฐบาลต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายมหาศาลจนสูงกว่าโครงการภาครัฐส่วนใหญ่มาก และก่อให้เกิดความกังวลว่าอาจทำให้การขาดดุลงบประมาณเพิ่มสูงขึ้น
กระทรวงการคลังอินโดนีเซียจัดสรรงบประมาณด้านการศึกษาไว้ 769 ล้านล้านรูเปียห์ โดยในจำนวนนี้ 223 ล้านล้านรูเปียห์ถูกจัดสรรให้กับโครงการอาหารฟรี
ด้านรัฐบาลอินโดนีเซียชี้แจงต่อศาลว่า การจัดสรรงบประมาณดังกล่าวมีความเหมาะสม เนื่องจากการส่งเสริมโภชนาการที่ดีควรถือเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการจัดการศึกษา
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช/พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต





