
เศรษฐกิจไทยในเดือน มิ.ย. ทรงตัวจากเดือนก่อน โดยการบริโภคภาคเอกชนปรับเพิ่มขึ้นส่วนหนึ่งจากผลของมาตรการรัฐ และยอดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่การส่งออกสินค้าและการลงทุนภาคเอกชนเพิ่มขึ้นในกลุ่มสินค้าเทคโนโลยีเป็นหลักซึ่งส่วนใหญ่พึ่งพาการนำเข้า ด้านการผลิตภาคอุตสาหกรรมลดลงในหลายหมวด ขณะที่ภาคบริการที่เกี่ยวกับท่องเที่ยวชะลอลงตามนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นสำคัญ
น.ส.ชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า เศรษฐกิจไทยเดือน มิ.ย. โดยรวมทรงตัวจากเดือนก่อน โดยอุปสงค์ในประเทศปรับดีขึ้นบ้าง จากการบริโภคภาคเอกชนตามการใช้จ่ายในหมวดอุปโภคบริโภคที่เพิ่มขึ้นจากผลของมาตรการรัฐ และยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งสะท้อนการปรับตัวของผู้บริโภคในช่วงที่ราคาน้ำมันขายปลีกอยู่ในระดับสูง และความนิยมที่เพิ่มขึ้น
ด้านการลงทุนภาคเอกชนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย จากหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ สอดคล้องกับการส่งออกสินค้าที่เพิ่มขึ้นจากกลุ่มสินค้าเทคโนโลยีตามวัฏจักรสินค้าอิเล็กทรอนิกส์โลก และการลงทุนด้านศูนย์ข้อมูล (data center) อย่างไรก็ดี การผลิตภาคอุตสาหกรรมปรับลดลงตามการผลิตปิโตรเลียม จากการปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นบางส่วน และการผลิตยานยนต์กลุ่มที่ไม่ใช่รถยนต์ไฟฟ้าเป็นสำคัญ
สำหรับภาคท่องเที่ยวชะลอลงจากทั้งรายรับ และจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มตลาดระยะใกล้ ตามอุปสงค์ที่ลดลงและการปรับลดเที่ยวบินของสายการบิน จากต้นทุนพลังงานที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งส่งผลให้กิจกรรมในภาคบริการโดยเฉพาะสาขาโรงแรม และร้านอาหาร ปรับลดลง สำหรับการใช้จ่ายภาครัฐเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน ขยายตัวจากทั้งรายจ่ายประจำ และรายจ่ายลงทุนของรัฐบาลกลาง แม้รายจ่ายลงทุนของรัฐวิสาหกิจหดตัว
เสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลงจากเดือนก่อน จากหมวดพลังงานที่ปรับลดลงตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานยังปรับเพิ่มขึ้น ตามการทยอยส่งผ่านต้นทุนในหมวดของใช้ส่วนตัวและอาหารสำเร็จรูป ด้านดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลลดลงจากเดือนก่อน จากดุลบริการ รายได้ และเงินโอนที่ปรับดีขึ้นหลังหมดช่วงฤดูกาลการส่งกลับกำไรและเงินปันผล ขณะที่ดุลการค้าขาดดุลใกล้เคียงเดิม สำหรับตลาดแรงงานโดยรวมทรงตัว
*เศรษฐกิจด้านอุปสงค์
การบริโภคภาคเอกชน เครื่องชี้การบริโภคภาคเอกชนที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนจากการใช้จ่ายใน 1) หมวดสินค้าไม่คงทน ตามยอดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคจากผลของมาตรการรัฐที่เริ่มในเดือน มิ.ย. 69 ทั้งไทยช่วยไทยพลัส และบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และยอดจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงที่กลับเข้าสู่ระดับปกติมากขึ้น หลังราคาน้ำมันขายปลีกปรับลดลง 2) หมวดสินค้าคงทน ตามยอดจดทะเบียนจักรยานยนต์ และยอดขายรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ส่วนหนึ่งจากผู้บริโภคนิยมใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น และ 3) หมวดสินค้ากึ่งคงทน จากการนำเข้าสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม
ขณะที่หมวดบริการลดลง โดยเฉพาะโรงแรมและร้านอาหาร สอดคล้องกับกิจกรรมท่องเที่ยวที่ลดลง ด้านดัชนีความเชื่อมั่น
ผู้บริโภคปรับดีขึ้นจากมาตรการรัฐและสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่มีพัฒนาการเชิงบวก
การลงทุนภาคเอกชน เครื่องชี้การลงทุนภาคเอกชนที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน จากการลงทุนในหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่เพิ่มขึ้นตามยอดจำหน่ายเครื่องจักรในประเทศ โดยเฉพาะอุปกรณ์ไฟฟ้า สอดคล้องกับการลงทุนของกลุ่มธุรกิจส่งออกบางกลุ่ม ที่ปรับดีขึ้นตามวัฏจักรอิเล็กทรอนิกส์โลกและการลงทุนในศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ ขณะที่การนำเข้าสินค้าทุนสุทธิลดลงจากหมวดเครื่องจักรใช้งานทั่วไป
ด้านการลงทุนในหมวดก่อสร้างเพิ่มขึ้นจากการก่อสร้างอาคารที่มิใช่ที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะโรงงาน และอาคารพาณิชย์ อย่างไรก็ตาม หมวดยานพาหนะลดลงจากการนำเข้าเรือ และแท่นขุดเจาะ หลังจากที่เพิ่มขึ้นในเดือนก่อน แม้ยอดจดทะเบียนรถยนต์และการนำเข้าเครื่องบินปรับเพิ่มขึ้น
จำนวนและรายรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ จำนวนนักท่องเที่ยวที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลลดลงจากเดือนก่อน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะใกล้ในหลายสัญชาติ อาทิ จีน อินเดีย และเกาหลีใต้ จากทั้งอุปสงค์และการปรับลดเที่ยวบินของสายการบิน เนื่องจากต้นทุนพลังงานที่อยู่ในระดับสูง ประกอบกับนักท่องเที่ยวมาเลเซียลดลง หลังเร่งไปในเดือนก่อนตามวันหยุดยาวที่มากกว่าปกติ ด้านรายรับภาคท่องเที่ยวที่ขจัดปัจจัยฤดูกาล ลดลงตามจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ
การส่งออกสินค้า มูลค่าการส่งออกสินค้าไม่รวมทองคำที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนในหลายหมวดสำคัญ ได้แก่ 1) อิเล็กทรอนิกส์ ตามการส่งออกอุปกรณ์โทรคมนาคมไปสหรัฐฯ และสิงคโปร์ และแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วนไปจีนและฮ่องกง 2) ปิโตรเลียม ตามการส่งออกไปมาเลเซียและเวียดนามจากอุปสงค์คู่ค้า และปริมาณน้ำมันสำเร็จรูปที่ผลิตเพิ่มขึ้นในช่วงก่อนหน้า และ 3) เครื่องจักรและอุปกรณ์ ตามการส่งออกไปสหรัฐฯ และนอร์เวย์ อย่างไรก็ตาม หมวดเกษตรและเกษตรแปรรูปปรับลดลงตามการส่งออกทุเรียนไปจีน สำหรับการส่งออกสินค้าไปตะวันออกกลาง เพิ่มขึ้นจากการทยอยเปิดช่องแคบฮอร์มุซ อย่างไรก็ดี สถานการณ์ความขัดแย้งยังมีความไม่แน่นอนสูง
การนำเข้าสินค้า มูลค่าการนำเข้าสินค้าไม่รวมทองคำที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลลดลงจากเดือนก่อน จากหมวดเชื้อเพลิงที่ลดลงตามปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลาง และแหล่งอื่น หลังเร่งนำเข้าไปมากในช่วงก่อนหน้า รวมถึงหมวดสินค้าอุปโภคและบริโภคที่ลดลงจากสินค้าไม่คงทน โดยเฉพาะเวชภัณฑ์ และยาจากยุโรป อย่างไรก็ดี การนำเข้าสินค้าคงทนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือ และสิ่งทอ จากจีนและเวียดนาม รวมถึงการนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าจากจีนที่มีทิศทางเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
ขณะที่หมวดวัตถุดิบและสินค้าขั้นกลาง ไม่รวมเชื้อเพลิง เพิ่มขึ้นตามการนำเข้าชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าจากจีนและไต้หวัน และหมวดสินค้าทุนไม่รวมเครื่องบิน เพิ่มขึ้นตามการนำเข้าเครื่องจักรและอุปกรณ์จากจีน และไต้หวัน
การใช้จ่ายภาครัฐ การใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวจากระยะเดียวกันในปีก่อน ตามรายจ่ายประจำและรายจ่ายลงทุนของรัฐบาลกลาง โดยรายจ่ายประจำของรัฐบาลกลาง ขยายตัวตามการเบิกจ่ายเงินบำนาญ งบบุคลากร และค่ารักษาพยาบาล สำหรับรายจ่ายลงทุนของรัฐบาลกลางขยายตัวตามการเบิกจ่ายของหน่วยงานด้านความมั่นคง และโครงสร้างพื้นฐานสาธารณูปโภค รวมทั้งงบประมาณเหลื่อมปี โดยเฉพาะโครงการภายใต้งบกลางกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2568 ขณะที่รายจ่ายลงทุนรัฐวิสาหกิจ หดตัวจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณูปโภค และการขนส่งเป็นสำคัญ
*เศรษฐกิจด้านอุปทาน
การผลิตภาคอุตสาหกรรม ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลแล้ว ลดลงจากเดือนก่อน โดยการผลิตในกลุ่มที่ผลิตเพื่อส่งออกน้อยกว่า 30% ลดลงจากหมวดปิโตรเลียม จากปัจจัยชั่วคราวตามการปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นบางส่วน สำหรับกลุ่มที่ผลิตเพื่อส่งออกในสัดส่วน 30-60% ลดลงจากหมวดยานยนต์ในกลุ่มที่ไม่ใช่รถยนต์ไฟฟ้า ตามความนิยมในประเทศที่ลดลง และรถกระบะที่ผู้ผลิตใช้การระบายสินค้าคงคลัง เพื่อส่งมอบแทนการผลิตเพิ่ม ขณะที่กลุ่มที่ผลิตเพื่อส่งออก มากกว่า 60%
ลดลงจากหมวดเครื่องใช้ไฟฟ้า ตามการผลิตเครื่องปรับอากาศ สอดคล้องกับการส่งออกที่ลดลง
อย่างไรก็ดี หากพิจารณาจากเครื่องชี้กิจกรรมการผลิตที่อยู่นอก MPI ซึ่งประเมินจากยอดขายของผู้ผลิตสินค้าตามข้อมูลการนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ต่อกรมสรรพากร สะท้อนว่ากิจกรรมในภาคการผลิตเพิ่มขึ้น สอดคล้องกับทิศทางการส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องจักร
การบริการ เครื่องชี้ภาคบริการที่ไม่รวมการซื้อขายทองคำ และขจัดปัจจัยฤดูกาลทรงตัวจากเดือนก่อน โดยกิจกรรมในภาค
การท่องเที่ยวลดลงในกลุ่มธุรกิจขนส่งผู้โดยสาร รวมถึงธุรกิจโรงแรม และร้านอาหาร สอดคล้องกับจำนวนและรายรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลดลง อย่างไรก็ดี กิจกรรมในภาคการค้าปรับดีขึ้น ตามการใช้จ่ายสินค้าเพื่ออุปโภคบริโภค จากผลของมาตรการรัฐ และยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น
รายได้เกษตรกร รายได้เกษตรกรขยายตัวจากระยะเดียวกันปีก่อน จากราคาสินค้าเกษตรที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะราคายางพาราที่ปรับสูงขึ้น จากความกังวลต่อสถานการณ์เอลนีโญ ซึ่งคาดว่าจะกระทบต่อผลผลิตในระยะถัดไป นอกจากนี้ ราคาปาล์มน้ำมัน ปรับเพิ่มขึ้นตามความต้องการผลิตไบโอดีเซลที่สูงขึ้น ประกอบกับผลผลิตปาล์มน้ำมันในประเทศที่ลดลงจากผลของฝนทิ้งช่วง และอากาศร้อนแล้งในช่วงต้นปี รวมทั้งผลของฐานสูงในปีก่อน

*ภาวะการเงินและเสถียรภาพ
ภาวะการเงิน การระดมทุนของภาคธุรกิจโดยรวมเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน ตามการระดมทุนผ่านสินเชื่อสุทธิเป็นสำคัญ โดยการระดมทุนผ่านสินเชื่อสุทธิปรับเพิ่มขึ้นจากบริษัทโฮลดิ้งในกลุ่มขนส่ง ปิโตรเคมี และสาธารณูปโภคด้านพลังงาน และไฟฟ้า ส่วนการระดมทุนผ่านตลาดทุนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย จากธุรกิจซอฟต์แวร์ ค้าปลีก และค้าส่งเครื่องจักร ขณะที่การระดมทุนผ่านตลาดตราสารหนี้ลดลง จากธุรกิจในภาคการเงินอาหารและเครื่องดื่ม และเทคโนโลยีสารสนเทศ
สำหรับต้นทุนการระดมทุนผ่านตราสารหนี้ในเดือน ก.ค. 69 (ข้อมูลถึง 24 ก.ค. 69) อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยระยะสั้นทรงตัว ขณะที่พันธบัตรระยะยาวปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยสอดคล้องกับทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และประเทศเศรษฐกิจสำคัญ และราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับสูงขึ้น จากความกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ที่กลับมาตึงเครียดอีกครั้งในช่วงต้นเดือน ก.ค.
อัตราแลกเปลี่ยน เงินบาทเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ในเดือน มิ.ย. และ ก.ค. 69 เฉลี่ยอ่อนค่าตามการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐเป็นสำคัญ โดยในเดือน มิ.ย. 69 เงินบาทอ่อนค่า หลังแถลงการณ์ผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) สะท้อนแนวโน้มการดำเนินนโยบายที่เข้มงวด (hawkish) และมีโอกาสปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงครึ่งหลังของปี ขณะที่ในเดือน ก.ค. 69 (ข้อมูลถึง 24 ก.ค. 69) เงินบาทอ่อนค่า จากภาวะปิดรับความเสี่ยงของนักลงทุน (risk-off sentiment) หลังสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางกลับมาตึงเครียด
ด้านดัชนีค่าเงินบาท (NEER) เดือน มิ.ย. และ ก.ค. 69 เฉลี่ยลดลงเล็กน้อย สะท้อนค่าเงินบาทที่อ่อนค่ามากกว่าสกุลคู่ค้าคู่แข่ง จากความกังวลของตลาด ที่คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ล่าสุดกลับมาสูงขึ้น
เสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลงจากเดือนก่อน ตามหมวดพลังงานที่ปรับลดลงตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเป็นสำคัญ ประกอบกับหมวดอาหารสดที่ราคาเนื้อสัตว์ปรับลดลงจากผลผลิตที่เพิ่มขึ้น และราคาผักที่มีผลของฐานสูงในปีก่อน ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเพิ่มขึ้นในหลายหมวดสินค้า โดยเฉพาะของใช้ส่วนตัว และอาหารสำเร็จรูป ตามการทยอยส่งผ่านต้นทุนของผู้ประกอบการ
ด้านภาวะตลาดแรงงาน การจ้างงานโดยรวมทรงตัว สะท้อนจากจำนวนผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ที่ใกล้เคียงเดือนก่อน อย่างไรก็ดี ต้องติดตามการจ้างงานในภาคการผลิตบางสาขาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะกลุ่มที่เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนที่สูงขึ้น จากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลาง และการแข่งขันจากสินค้านำเข้าสูง
ด้านดุลบัญชีเดินสะพัดในเดือนมิ.ย. ขาดดุลอยู่ที่ 3,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยขาดดุลลดลงจากเดือนก่อน (พ.ค. ขาดดุล 6,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) จากดุลบริการ รายได้ และเงินโอนที่ปรับดีขึ้น หลังหมดช่วงส่งกลับกำไรและเงินปันผล ขณะที่ดุลการค้าในเดือนมิ.ย. ขาดดุล 2,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขาดดุลใกล้เคียงกับเดือนก่อน (พ.ค. ขาดดุล 2,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) แม้การนำเข้าในหมวดเชื้อเพลิงจะทยอยลดลง เนื่องจากมีการเร่งนำเข้าทองคำเป็นสำคัญ ซึ่งเป็นผลจากราคาทองคำในตลาดโลกลดลงมาก
โดย กษมาพร กิตติสัมพันธ์/รัชดา คงขุนเทียน





