ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: ทองปิดลบ $53.60 หลังดอลลาร์รีบาวด์กดดันราคา

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลดลงในวันศุกร์ (31 ก.ค.) โดยถูกกดดันจากการฟื้นตัวของดอลลาร์สหรัฐหลังอ่อนค่าลงแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 1 เดือนในการซื้อขายเมื่อวันพฤหัสบดี อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำปิดบวกเป็นครั้งแรกในรอบ 5 เดือน เนื่องจากข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่ชะลอตัวลงทำให้นักลงทุนลดการคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)

ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) [GOLD.X] ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 53.60 ดอลลาร์ หรือ 1.29% ปิดที่ 4,107.00 ดอลลาร์/ออนซ์

แม้ว่าราคาทองคำปรับตัวลงในวันสุดท้ายของเดือน แต่ตลอดทั้งเดือนก.ค. ราคาทองคำยังปรับตัวขึ้นได้ 1.1% ซึ่งถือเป็นการเพิ่มขึ้นรายเดือนมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.พ.

ปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนราคาทองคำในเดือนนี้มาจากข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่อ่อนแอลง ส่งผลให้ตลาดลดการคาดการณ์ว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมในปีนี้ อีกทั้งราคาน้ำมันยังเคยปรับตัวลงกลับสู่ระดับก่อนเกิดสงครามอิหร่านในช่วงต้นเดือน

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเศรษฐกิจที่เผยแพร่เมื่อวันพฤหัสบดีระบุว่า เงินเฟ้อสหรัฐฯ ชะลอตัวลงในเดือนมิ.ย. แต่อาจเป็นเพียงภาวะชั่วคราว เนื่องจากการกลับมาปะทุของความขัดแย้งในตะวันออกกลางได้ผลักดันราคาน้ำมันให้ปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้ง

ขณะที่เควิน วอร์ช ประธานเฟด ยืนยันในสัปดาห์นี้ว่า เฟดยังคงมุ่งมั่นในการดึงเงินเฟ้อกลับสู่เป้าหมาย โดยไม่ได้ส่งสัญญาณถึงความพร้อมในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม

ข้อมูลจาก CME FedWatch ระบุว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 65% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย. ลดลงจากระดับมากกว่า 80% เมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อน

ด้านดอลลาร์สหรัฐทรงตัว หลังจากร่วงลงประมาณ 2.4% ในวันพฤหัสบดี ซึ่งเป็นการปรับตัวลงรายวันที่มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนม.ค. 2566 โดยการแข็งค่าของดอลลาร์ทำให้ทองคำมีราคาแพงขึ้นสำหรับผู้ถือครองสกุลเงินอื่น จึงเป็นปัจจัยกดดันต่อราคาทองคำ

โดย กัลยาณี ชีวะพานิช