BofA เตือนหุ้นญี่ปุ่นเผชิญ 3 ความเสี่ยงเดือนส.ค. จับตาน้ำมันแพง-เฟดคุมเข้ม-แรงขายหุ้น AI

นักกลยุทธ์ของแบงก์ออฟอเมริกา (BofA) ระบุว่า หุ้นญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับความเสี่ยงสำคัญ 3 ด้านในเดือนส.ค. ได้แก่ ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น แนวโน้มที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้น และความเสี่ยงจากการคลายสถานะลงทุนที่มีการถือครองหนาแน่น ซึ่งอาจกระตุ้นแรงขายในตลาดหุ้นและตลาดเงิน

BofA ประเมินว่า การเทขายหุ้นกลุ่มปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในช่วงที่ผ่านมาอาจผ่านพ้นระยะเริ่มต้นแล้ว แต่เตือนว่าแรงกดดันในตลาดอาจกลับมาอีก หากปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ทวีความรุนแรงขึ้น

BofA ระบุว่า ราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้นอาจส่งผลให้เงินเฟ้อปรับตัวขึ้น และเพิ่มแรงกดดันให้เฟดเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งจะกระทบต่อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่มีมูลค่าหุ้นอยู่ในระดับสูง

นักเศรษฐศาสตร์ของ BofA คาดว่า เฟดอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย. ต.ค. และธ.ค. แต่ฝ่ายกลยุทธ์ของธนาคารเตือนว่า นักลงทุนไม่ควรมองข้ามความเป็นไปได้ที่เฟดอาจดำเนินการเร็วกว่าที่คาด

BofA ยังระบุว่า ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นอาจทำให้เงินเยนอ่อนค่าลง เนื่องจากส่งผลกระทบต่อดุลการค้าของญี่ปุ่นและช่วยหนุนค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ โดยหากอัตราแลกเปลี่ยนดอลลาร์/เยนปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วเข้าใกล้ระดับ 165 เยนต่อดอลลาร์ อาจเพิ่มความเป็นไปได้ที่ทางการญี่ปุ่นจะเข้าแทรกแซงตลาดเงิน

นอกจากนี้ BofA มองว่า การเพิ่มขึ้นของสถานะขายเงินเยน (yen short positions) จากนักลงทุนต่างชาติที่ใช้ป้องกันความเสี่ยงจากการถือครองหุ้นญี่ปุ่น เป็นอีกปัจจัยที่อาจสร้างแรงกดดันต่อตลาด โดยเมื่อรวมกับการถือครองหุ้น AI ในระดับสูง สถานการณ์ดังกล่าวมีความคล้ายคลึงกับภาวะก่อนเกิดความผันผวนครั้งใหญ่ในเดือนส.ค. 2567

BofA ระบุว่า เดือนส.ค.มักเป็นช่วงที่สภาพคล่องในตลาดลดลง และปัจจัยตามฤดูกาลยังไม่เอื้อต่อหุ้นที่ปรับตัวขึ้นแรงหรือมีความผันผวนสูง จนกว่าจะเข้าสู่ช่วงกลางเดือน อย่างไรก็ตาม หากข้อมูลการจ้างงานและเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ที่จะเปิดเผยในช่วงต้นเดือนส.ค.ออกมาต่ำกว่าคาด ตลาดอาจเริ่มกลับมามีเสถียรภาพตั้งแต่ช่วงกลางเดือน โดย BofA คาดว่า หุ้นญี่ปุ่นจะฟื้นตัวได้ในช่วงปลายปี หลังผ่านปัจจัยกดดันระยะสั้น

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนนั้น BofA แนะนำให้นักลงทุนยังคงถือครองหุ้น AI บางส่วน แต่ควรหลีกเลี่ยงบริษัทที่ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นจนมีมูลค่าสูงเกินไป โดยมองว่าความสนใจของตลาดอาจเปลี่ยนจากหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ที่ได้รับแรงหนุนจากความคาดหวังด้านราคา ไปสู่บริษัทที่ได้รับประโยชน์จากการลงทุนด้านศูนย์ข้อมูลที่เพิ่มขึ้น

กลุ่มธุรกิจที่ BofA มองว่าน่าสนใจ ได้แก่ ธุรกิจสื่อสารด้วยแสง โครงสร้างพื้นฐานด้านเครือข่าย วัสดุเซมิคอนดักเตอร์ อุปกรณ์พลังงาน ระบบทำความเย็น และระบบบำบัดน้ำ รวมถึงแนะนำให้กระจายการลงทุนไปยังธุรกิจในประเทศที่มีความผันผวนน้อยกว่า เช่น ค้าปลีก บริการ อาหาร การดูแลสุขภาพ เกม และเทคโนโลยีสารสนเทศ

โดย กัลยาณี ชีวะพานิช