
อับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน ได้เปิดเผยผ่านทางเทเลแกรมว่า อิหร่านจะตอบโต้อย่างเด็ดขาด หากกองทัพสหรัฐฯ ลงมือปฏิบัติตามคำขู่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่จะเปิดฉากโจมตีอิหร่านรอบใหม่ โดยถ้อยแถลงดังกล่าวมีขึ้นขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านต่อสายตรงพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของตุรกี ปากีสถาน และซาอุดีอาระเบีย เมื่อวันเสาร์ (1 ส.ค.) ที่ผ่านมา
รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ระบุว่า อิหร่านจะตอบโต้การรุกรานอย่างถึงที่สุด และเตือนว่า หากสหรัฐฯ และอิสราเอล เปิดฉากโจมตี หรือมีประเทศในภูมิภาคเข้าไปมีส่วนร่วมกับการกระทำดังกล่าวนั้น จะต้องถูกอิหร่านตอบโต้อย่างสมน้ำสมเนื้อ
ด้านสำนักข่าวนูร์นิวส์ (Nournews) ของอิหร่าน รายงานว่า หากสหรัฐฯ โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่าน ทางการอิหร่านก็พร้อมจะสวนกลับด้วยการโจมตีแหล่งน้ำมันในซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รวมไปถึงแหล่งก๊าซในกาตาร์และอิสราเอล
ก่อนหน้านี้ หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัล รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้สั่งการให้กองทัพสหรัฐฯ เตรียมเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านระลอกใหม่ ซึ่งอาจดำเนินต่อเนื่องหลายวัน และอาจเริ่มขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์นี้ โดยทรัมป์ได้อนุมัติแผนดังกล่าวระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรีที่แคมป์เดวิดเมื่อวันศุกร์ (31 ก.ค.) หลังอิหร่านโจมตีกองกำลังสหรัฐฯ ในจอร์แดน และสหรัฐฯ ตอบโต้ด้วยการโจมตีเมื่อวันพุธ (29 ก.ค.)
อย่างไรก็ตาม ปฏิบัติการดังกล่าวยังอาจถูกระงับได้ หากสหรัฐฯ และอิหร่านสามารถสร้างความคืบหน้าทางการทูตได้อย่างรวดเร็ว โดยเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เตือนว่า ทรัมป์ยังอาจเปลี่ยนใจได้ก่อนเริ่มการโจมตี
ทรัมป์ระบุว่า สหรัฐฯ จะโจมตีอิหร่านอย่างหนัก โดยเชื่อว่าแรงกดดันทางทหารจะบีบให้อิหร่านกลับเข้าสู่การเจรจาและยุติโครงการนิวเคลียร์
ฝั่งอิหร่านยืนยันว่า โครงการนิวเคลียร์ของประเทศมีวัตถุประสงค์เพื่อการใช้งานพลเรือน และปฏิเสธว่าไม่ได้พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ขณะที่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุว่า ปัจจุบันอิหร่านยังไม่ได้เสริมสมรรถนะยูเรเนียม
โดย กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์





