
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พันธบัตรรัฐบาล “ออมพลัส” ได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างมาก โดยจำหน่ายเต็มวงเงินภายในเวลาเพียง 21 วินาที สะท้อนถึงความต้องการทางเลือกการออมที่มั่นคง ปลอดภัย และประชาชนรายย่อยสามารถเข้าถึงได้ โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจโลกยังมีความผันผวน
“ความสำเร็จของพันธบัตรออมพลัสไม่ใช่เพียงเรื่องของการขายพันธบัตรได้หมดอย่างรวดเร็ว แต่แสดงให้เห็นว่า เมื่อภาครัฐออกแบบเครื่องมือทางการเงินให้เข้าถึงง่าย ประชาชนพร้อมเข้ามามีส่วนร่วมในการออมและลงทุนเพื่อสร้างความมั่นคงให้ตนเอง” น.ส.รัชดา กล่าว
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มีนโยบายชัดเจนให้ทุกหน่วยงานของรัฐบาลเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจแก่ประชาชนรายย่อย ทำให้เงินทุนในระบบไหลไปสู่ประชาชนและเศรษฐกิจจริงอย่างทั่วถึง ไม่กระจุกตัวอยู่เฉพาะกลุ่มที่มีเงินทุนหรือมีความพร้อมมากกว่า
พันธบัตรออมพลัสจึงได้รับการออกแบบให้ประชาชนเริ่มลงทุนได้ด้วยวงเงินไม่สูง พร้อมใช้หลักการจัดสรรแบบ “Small Lot First” หรือให้ผู้ลงทุนรายเล็กได้รับการจัดสรรก่อน เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนจำนวนมากสามารถเข้าถึงสินทรัพย์ที่มีความมั่นคงของรัฐบาลได้อย่างเป็นธรรม
สำหรับประชาชนที่ยังไม่ได้ลงทุน จะมีการเปิดให้จองซื้อพันธบัตรออมพลัสรอบถัดไประหว่างวันที่ 3–5 ส.ค.69 โดยเริ่มขั้นต่ำ 1,000 บาท และจะให้สิทธิรายย่อยก่อนผ่านแพลตฟอร์ม Bond Connect
น.ส.รัชดา กล่าวว่า การสร้างโอกาสทางการเงินให้ประชาชนไม่ได้หยุดอยู่เพียงการส่งเสริมการออม แต่ยังครอบคลุมถึงการช่วยให้ผู้ประกอบการรายย่อยและเอสเอ็มอีเข้าถึงสินเชื่อและเงินทุนได้มากขึ้นด้วย
ทั้งนี้ ข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทยชี้ว่า ปัญหาสำคัญของเศรษฐกิจไทยไม่ใช่เพียงการมีเงินทุนไม่เพียงพอ แต่คือการทำให้เงินทุนไปถึงธุรกิจที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อยที่มีความสามารถและมีวินัยทางการเงิน แต่ติดข้อจำกัดเรื่องหลักประกันหรือมีข้อมูลในระบบการเงินไม่เพียงพอ
รัฐบาลจึงผลักดันการนำข้อมูลขนาดใหญ่และข้อมูลทางเลือกมาใช้ประกอบการประเมินความสามารถของผู้ประกอบการ เพื่อให้สถาบันการเงินมองเห็นศักยภาพของธุรกิจได้รอบด้านมากขึ้น ไม่พิจารณาเฉพาะทรัพย์สินที่ใช้เป็นหลักประกัน ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสให้เอสเอ็มอีเข้าถึงสินเชื่อ นำเงินไปหมุนเวียนกิจการ ขยายธุรกิจ และรักษาการจ้างงาน
ซึ่งการดำเนินงานส่วนนี้มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เป็นผู้กำกับดูแลและขับเคลื่อนร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย สถาบันการเงิน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
พร้อมกันนี้ รัฐบาลยังเร่งปิดช่องทางของทุนเทา บัญชีม้า พนันออนไลน์ ธุรกรรมผิดปกติ และเงินนอกระบบที่บิดเบือนการแข่งขัน เพราะเงินที่มาจากกิจกรรมผิดกฎหมายไม่เพียงสร้างความเสียหายแก่ประชาชน แต่ยังเบียดพื้นที่ของผู้ประกอบการสุจริต ทำลายความเชื่อมั่น และทำให้ธุรกิจที่ปฏิบัติตามกฎหมายแข่งขันได้ยากขึ้น
ในด้านการลงทุน รัฐบาลเดินหน้าสร้างเสถียรภาพและความชัดเจนด้านนโยบาย เพื่อดึงดูดการลงทุนที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า ดาต้าเซ็นเตอร์ เศรษฐกิจดิจิทัล และพลังงานสะอาด ซึ่งจะนำมาสู่การถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนาทักษะแรงงาน และการสร้างงานที่มีรายได้สูงขึ้น
“รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีอนุทินกำลังดำเนินการให้ครบทั้งระบบ ตั้งแต่เปิดช่องทางออมที่ปลอดภัยให้ประชาชน ช่วยเอสเอ็มอีเข้าถึงเงินทุน ดึงการลงทุนคุณภาพเข้าสู่ประเทศ และจัดการเงินผิดกฎหมายที่ทำลายการแข่งขัน เป้าหมายคือทำให้เงินในระบบไหลไปสู่เศรษฐกิจจริง เกิดการลงทุน เกิดงาน เกิดรายได้ และทำให้ประชาชนรายย่อยได้รับโอกาสทางเศรษฐกิจอย่างเป็นธรรมมากขึ้น” น.ส.รัชดา กล่าว
โดย ฐานิสร์ ทองนอก





