ภาวะตลาดหุ้นโตเกียว: นิกเกอิปิดลบ 607.12 จุด เหตุเยนแข็งค่า หลังญี่ปุ่น-สหรัฐฯ ส่งซิกพร้อมแทรกแซงเงินเยนอีก

ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดลบในวันนี้ (3 ส.ค.) โดยนิกเกอิร่วงลงมากกว่า 2% ในช่วงสั้น ๆ เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลว่าการแข็งค่าอย่างรวดเร็วของเงินเยนอาจส่งผลกระทบต่อแนวโน้มผลประกอบการและการดำเนินธุรกิจของบริษัทต่าง ๆ

ดัชนีนิกเกอิ [NIKKEI.X] ปิดที่ระดับ 63,754.90 จุด ลดลง 607.12 จุด หรือ -0.94%

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า หุ้นที่ปรับตัวลงนำโดยกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ กลุ่มอุปกรณ์การขนส่ง และกลุ่มการขนส่งทางบก

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐร่วงลงชั่วครู่สู่กรอบล่างของระดับ 155 เยน จากกรอบบนของระดับ 157 เยนในช่วงเช้าวันนี้ หลังจากที่ญี่ปุ่นและสหรัฐฯ เปิดเผยว่าได้ร่วมมือกันเข้าซื้อเงินเยนเพื่อแทรกแซงตลาดในช่วงปลายสัปดาห์ที่แล้ว พร้อมส่งสัญญาณเตือนถึงการเข้าแทรกแซงเพิ่มเติม

ดอลลาร์เคลื่อนไหวในกรอบแคบส่วนใหญ่ที่บริเวณกลางระดับ 156 เยนในช่วงบ่ายที่ตลาดโตเกียว โดยบรรดาดีลเลอร์ตั้งข้อสงสัยว่าอาจมีการแทรกแซงค่าเงินเพิ่มเติมในช่วงเช้าวันนี้ ขณะที่ ซัตสึกิ คาตายามะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังญี่ปุ่น ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นว่ามีการเข้าแทรกแซงตลาดในวันนี้หรือไม่

ทั้งนี้ ค่าเงินดอลลาร์ร่วงลงไปแล้วมากกว่า 8 เยนในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา แตะระดับอ่อนค่าที่สุดนับตั้งแต่ช่วงต้นเดือนพ.ค.

หลังจากทางการโตเกียวและวอชิงตันออกมาระบุว่า ทั้งสองฝ่ายได้ดำเนินการแทรกแซงตลาดร่วมกันเป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปีเมื่อวันศุกร์ (31 ก.ค.) เจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านปริวรรตเงินตราของญี่ปุ่นได้ให้คำมั่นว่าจะดำเนินมาตรการต่อไปเพื่อสกัดกั้นความผันผวนที่มากเกินไปของเงินเยน

อัตสึชิ มิมูระ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังฝ่ายกิจการระหว่างประเทศของญี่ปุ่น กล่าวว่า การแทรกแซงค่าเงินครั้งล่าสุดนี้นับเป็นรูปแบบที่สมบูรณ์ของพันธมิตรด้านสกุลเงินระหว่างญี่ปุ่น-สหรัฐฯ พร้อมย้ำว่าทั้งสองประเทศจะร่วมมือกันตอบสนองอย่างต่อเนื่อง “โดยไม่ขาดตอน”

ด้านคาตายามะกล่าวว่า ทั้งสองประเทศ “ไม่ลังเลที่จะเข้าแทรกแซงร่วมกันเพิ่มเติม”

ทาคูยะ คันดะ นักวิจัยอาวุโสจากสถาบันวิจัย Gaitame.com ให้ความเห็นว่า “การแทรกแซงตลาดเป็นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าหรือการซื้อเวลาเท่านั้น แต่การแทรกแซงร่วมกันจะเป็นหนทางที่ทำให้ผลของการแทรกแซงคงอยู่ได้ยาวนานยิ่งขึ้น”

อย่างไรก็ดี ดัชนีนิกเกอิชะลอการปรับตัวลงในช่วงบ่าย เนื่องจากมีแรงซื้อคืนในหุ้นกลุ่มปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเซมิคอนดักเตอร์ เช่น หุ้น Kioxia ซึ่งรายงานความต้องการชิปหน่วยความจำที่แข็งแกร่งในผลประกอบการ

วาตารุ อากิยามะ นักกลยุทธ์จากแผนกเนื้อหาการลงทุนของบริษัทหลักทรัพย์โนมูระ กล่าวว่า “แนวโน้มพื้นฐานของบริษัทที่ได้รับประโยชน์จากการขยายตัวของตลาด AI ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง”

โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/ปรียพรรณ มีสุข