
สกุลเงินเยนแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับยูโรและดอลลาร์เป็นวันที่สามติดต่อกันในวันนี้ (3 ส.ค.) ส่งผลให้นักลงทุนจับตาความเป็นไปได้ที่ทางการญี่ปุ่นและสหรัฐอาจจะต้องเข้าทำการแทรกแซงตลาดปริวรรตเงินตราเพื่อสกัดการแข็งค่าของเยน หลังจากที่รัฐบาลญี่ปุ่นและสหรัฐเพิ่งเข้าแทรกแซงตลาดเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเพื่อพยุงค่าเงินเยน หลังจากทรุดตัวลงต่ำสุดในรอบ 40 ปีก่อนหน้านี้เมื่อเทียบกับดอลลาร์
ณ เวลา 22.01 น.ตามเวลาไทย เยนแข็งค่า 0.63% สู่ระดับ 156.57 เยน/ดอลลาร์ และดีดตัว 0.68% สู่ระดับ 180.39 เยน/ยูโร
นางซัตสึกิ คาตายามะ รัฐมนตรีคลังญี่ปุ่น กล่าวว่า ญี่ปุ่นและสหรัฐได้ร่วมกันเข้าแทรกแซงตลาดปริวรรตเงินตราด้วยการซื้อเยนในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งนับเป็นการดำเนินการร่วมกันเป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปี
การดำเนินการร่วมกันดังกล่าวเมื่อวันศุกร์ (31 ก.ค.) ในช่วงเวลาการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กนั้น เกิดขึ้นหลังจากที่เยนร่วงลงแตะระดับ 163.99 เยน/ดอลลาร์เมื่อวันที่ 23 ก.ค. ซึ่งเป็นระดับที่อ่อนค่าที่สุดในรอบ 40 ปี
นางคาตายามะระบุในแถลงการณ์วันนี้ว่า การแทรกแซงดังกล่าวเป็นการดำเนินการตามแถลงการณ์ร่วมของรัฐมนตรีคลังสหรัฐและญี่ปุ่นเมื่อเดือนก.ย.2568 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรับมือกับความผันผวนที่มากเกินไปและการเคลื่อนไหวที่ไร้ระเบียบของเยนในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา
ขณะเดียวกัน นางคาตายามะส่งสัญญาณถึงความพร้อมที่จะดำเนินการอีกหากจำเป็น โดยระบุว่าญี่ปุ่นไม่ลังเลที่จะดำเนินการแทรกแซงร่วมกับสหรัฐเพิ่มเติมในอนาคต และญี่ปุ่นยังคงติดต่อสื่อสารอย่างใกล้ชิดกับกระทรวงการคลังสหรัฐ
“กระทรวงการคลังญี่ปุ่นยังคงเฝ้าระวังและติดต่อสื่อสารอย่างใกล้ชิดกับกระทรวงการคลังสหรัฐ และเราไม่ลังเลที่จะเข้าแทรกแซงร่วมกันเพิ่มเติม” นางคาตายามะกล่าว
โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ





