
ค่าเงินบาท [USDTHB.X] เปิดเช้านี้ ที่ระดับ 33.41 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากปิดของวันก่อน ที่ระดับ 33.36 บาท/ดอลลาร์
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาทกลับมาอ่อนค่าลงเล็กน้อย ในกรอบ Sideway down หลังเงินดอลลาร์พลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นบ้าง หนุนโดยภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินสหรัฐฯ นอกจากนี้ รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ส่วนใหญ่ยังออกมาดีกว่าคาด และช่วยหนุนการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์
สำหรับวันนี้ ตลาดจะรอลุ้นรายงานข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ อย่าง ยอดตำแหน่งงานเปิดรับ (JOLTS Job Openings) เดือนมิ.ย. ส่วนทางฝั่งเอเชีย รอติดตามรายงานการประชุมล่าสุดของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) และรายงานอัตราการเติบโตของค่าจ้าง (Wage Growth) เพื่อประกอบการประเมินทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของ BOJ นอกจากนี้ ตลาดจะรอติดตามพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง
“ที่สำคัญ ควรจับตาทั้งการเคลื่อนไหวของบรรดาหุ้นธีม AI/Semiconductor และค่าเงินเยนญี่ปุ่น ที่อาจสร้างความผันผวนให้กับตลาดการเงินได้” นายพูน ระบุ
สำหรับแนวโน้มของค่าเงินบาท ยังเสี่ยงเผชิญ Two-way risk ในช่วงระยะสั้น ขึ้นกับการปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ FED ซึ่งจะขึ้นกับพัฒนาการของรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่าง อัตราเงินเฟ้อ และพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่มีความไม่แน่นอน
นายพูน คาดเงินบาทวันนี้ จะเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 33.30-33.50 บาท/ดอลลาร์
SPOT ล่าสุดอยู่ที่ระดับ 33.43375 บาท/ดอลลาร์
*ปัจจัยสำคัญ
– เงินเยน อยู่ที่ระดับ 157.54 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเย็นที่ระดับ 156.90 เยน/ดอลลาร์
– เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1510 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเย็นที่ระดับ 1.1528 ดอลลาร์/ยูโร
– อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท. อยู่ที่ระดับ 33.330 บาท/ดอลลาร์
– EEC ชูธงโครงการ EECiti หลังรับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชน ลงทุนไทย-ต่างชาติสนใจลงทุน PPP โครงสร้างพื้นฐานล้นหลาม เตรียมสร้างความเชื่อมั่น ปูทางสู่เมืองน่าอยู่อัจฉริยะแห่งอนาคตของไทย
– คลัง เปิดแผนกระตุ้นเศรษฐกิจปลายปี 2569 เน้นการลงทุนเปลี่ยนผ่านพลังงานผ่านงบพ.ร.ก. 2 แสนล้าน ดึงเม็ดเงินต่างชาติ พร้อมเร่งสรุป TISA กันยายนนี้ มุ่งสร้างความมั่นคงเงินออมระยะยาวรับสังคมสูงวัย ช่วยกระตุ้นการลงทุนในตลาดหุ้นไทย
– ธปท. ชี้เศรษฐกิจไทยเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ ศักยภาพการเติบโตถดถอยจาก 7% เหลือเพียง 3% เตือนฟื้นตัวแบบ “K-Shape” ส่งออก-ไฮเทคโตกระจุก แต่ไม่กระจายรายได้ ขณะที่ “ภาคอีสาน” น่าห่วงสุด เผชิญวิกฤติเชิงโครงสร้าง “หนี้เสีย” พุ่ง 10% เศรษฐกิจภูมิภาคโต “ติดลบ”
– สหรัฐฯ-อิหร่านเริ่มต้นเจรจายุติสงครามจันทร์ที่ผ่านมา ทรัมป์บอกให้รอดูผลจะเป็นอย่างไร ปัดกำหนดเส้นตายในการบรรลุข้อตกลง จับตาปมร้อนในการหารือลุ้นเปิดช่องแคบฮอร์มุซ-ยุติครอบครองนิวเคลียร์ พร้อม 14 ข้อตกลง ใน MOU ที่เคยร่างไว้เมื่อเดือนมิถุนายน
– นักลงทุนมองว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงไม่แน่นอน หลังจากอิหร่านเปิดเผยเมื่อวันจันทร์ว่า อิหร่านไม่มีการเจรจาใดกับสหรัฐฯ ซึ่งขัดแย้งกับที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า สหรัฐฯ กำลังเจรจากับอิหร่าน โดยคำยืนยันดังกล่าวของทรัมป์มีขึ้นหลังจากที่เขาได้ตัดสินใจยกเลิกแผนการโจมตีอิหร่าน โดยอ้างว่าเป็นไปตามคำร้องขอจากอิหร่านและประเทศอื่น ๆ ในตะวันออกกลาง
– จับตาสัมพันธ์สหรัฐ-ญี่ปุ่นก้าวสู่ “ระยะใหม่” หลังร่วมกันแทรกแซง ค่าเงินเยนที่อ่อนหนัก ติดตามว่าจะเป็นจุดเริ่มต้น Plaza Accord ฉบับใหม่หรือไม่ คาดสหรัฐไม่ปล่อยให้ประเทศเศรษฐกิจใหญ่ปล่อยเงินอ่อนค่าเกินไป
– กระทรวงการคลังญี่ปุ่นแถลงเมื่อวันจันทร์ (3 ส.ค.) ว่า ญี่ปุ่นและสหรัฐฯ ได้ดำเนินการรวมกันแทรกแซงด้วยการเข้าซื้อเงินเยนอย่างเป็นระบบ และไม่ลังเลที่จะดำเนินการเพิ่มเติม ซึ่งเป็นการยืนยันการดำเนินการร่วมกันระดับทวิภาคีที่เกิดขึ้นได้ยาก เพื่อหยุดการอ่อนค่าของเงินเยนสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 40 ปี
– ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันจันทร์ (3 ส.ค.) หลังจากญี่ปุ่นและสหรัฐฯ ได้ร่วมกันเข้าแทรกแซงตลาดปริวรรตเงินตราด้วยการซื้อเงินเยนในสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่นักลงทุนจับตาข้อมูลแรงงานในสัปดาห์นี้ เพื่อประเมินทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
– สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันจันทร์ (3 ส.ค.) เนื่องจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลางและความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อสูงเป็นปัจจัยกดดันตลาด ขณะที่นักลงทุนจับตาข้อมูลแรงงานในสัปดาห์นี้ เพื่อประเมินทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
– นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจหลายรายการของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรซึ่งจะมีการเปิดเผยในวันศุกร์ที่ 7 ส.ค. ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 88,000 ตำแหน่งในเดือนก.ค. หลังจากเพิ่มขึ้น 57,000 ตำแหน่งในเดือนมิ.ย. และคาดว่าอัตราว่างงานจะทรงตัวที่ระดับ 4.2% ในเดือนก.ค.
โดย กษมาพร กิตติสัมพันธ์/รัชดา คงขุนเทียน





