
ยอดขายรถยนต์ใหม่รวมในสหรัฐฯ ของ 4 ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่สัญชาติญี่ปุ่น ปรับตัวขึ้น 1.9% ในเดือนก.ค. เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า สู่ระดับ 446,544 คัน โดยได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์รถยนต์ไฮบริดที่แข็งแกร่ง ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดอย่างต่อเนื่องในตะวันออกกลาง
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า สถานการณ์ที่ย่ำแย่ลงในภูมิภาคดังกล่าว ได้ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นทั่วโลก ซึ่งกลายเป็นปัจจัยบวกต่อรถยนต์ไฮบริดที่ประหยัดน้ำมัน ขณะที่เหล่าผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นได้เร่งเสริมแกร่งให้กับสินค้าของตน ท่ามกลางอุปสงค์รถยนต์ใหม่ในสหรัฐฯ ที่ยังคงฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่ง
ขณะที่ยอดขายของโตโยต้า มอเตอร์ คอร์ป ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดในโลกเมื่อวัดจากปริมาณการผลิต ปรับตัวลงเล็กน้อย 0.8% สู่ระดับ 216,361 คัน แต่ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งรวมถึงรถยนต์ไฮบริด กลับครองสัดส่วนสูงถึง 55.7% ของยอดขายทั้งหมด โดยปรับตัวเพิ่มขึ้น 12.3 จุดเปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
ด้านยอดขายของฮอนด้า มอเตอร์ โค ปรับตัวขึ้น 12.8% แตะระดับ 136,549 คัน โดยได้รับปัจจัยหนุนจากความต้องการรถยนต์ไฮบริดและรถยนต์รุ่นที่มีราคาจับต้องได้
ส่วนซูบารุ คอร์ป มียอดขายเพิ่มขึ้น 0.8% สู่ระดับ 54,454 คัน ขณะที่มาสด้า มอเตอร์ คอร์ป มียอดขายลดลง 13.0% สู่ระดับ 39,180 คัน ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากยอดขายที่ซบเซาของรถยนต์อเนกประสงค์ (SUV) รุ่นหลักของบริษัท
โดย ตนุพัฒน์ ปิยะรัตน์/กัลยาณี ชีวะพานิช





