โพลชี้ ผู้ผลิตญี่ปุ่นกังวลการจัดหาแร่หายาก หลังจีนคุมเข้มส่งออก

ผลสำรวจล่าสุดที่เผยแพร่ในวันจันทร์ (3 ส.ค.) ระบุว่า ผู้ผลิตญี่ปุ่นราว 80% มองว่าการจัดหาแร่หายาก (Rare Earth) เป็นความท้าทายเร่งด่วนด้านการบริหารจัดการ หรือเป็นความเสี่ยงสำคัญต่อการดำเนินงาน ขณะที่จีนเพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมการส่งออกแร่สำคัญเหล่านี้ ซึ่งจำเป็นต่อการผลิตสินค้าไฮเทค

ทั้งนี้ บริษัท Resilire Inc. ผู้ให้บริการข้อมูลด้านการบริหารความเสี่ยงของห่วงโซ่อุปทาน ได้จัดทำแบบสำรวจเมื่อเดือนมิถุนายน โดยสอบถามผู้บริหาร 400 รายจากบริษัทผู้ผลิตวัสดุ ชิ้นส่วน และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ หลังจากในเดือนมกราคม จีนได้เพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมการส่งออกสินค้าที่นำไปใช้ได้ทั้งทางพลเรือนและทางทหาร (Dual-Use) ไปยังญี่ปุ่น ท่ามกลางความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ตึงเครียดมากขึ้น หลังจากซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น กล่าวพาดพิงถึงไต้หวันเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับจีน

ผลสำรวจแจกแจงว่า ในจำนวน 80% ดังกล่าว ผู้บริหารบริษัทในภาคการผลิต 43.8% ระบุว่า ความกังวลด้านการจัดหาแร่หายากเป็นความท้าทายต่อฝ่ายบริหาร ขณะที่ 36.2% มองว่าเป็นความเสี่ยงทางธุรกิจ

ผลสำรวจยังพบว่า ผู้บริหารราว 45% มองว่า การที่บริษัทของตนเองพึ่งพาแร่หายากจากจีนในระดับสูงถือเป็นปัญหา นอกจากนี้ ราว 16% ระบุว่า การรับมือกับการจัดหาแร่หายากเป็นความท้าทาย “ในระดับหนึ่ง” ส่วน 4% ระบุว่า “แทบไม่มีปัญหา”

ผู้ตอบแบบสำรวจมากกว่าครึ่งหนึ่งระบุว่า บริษัทกำลังประสบปัญหาในการจัดหาแร่หายาก เช่น นีโอไดเมียม และ ซามาเรียม ซึ่งคาดว่าเป็นผลจากมาตรการควบคุมการส่งออกของจีน

เมื่อถามถึงแนวโน้มในช่วง 1 ปีข้างหน้า ผู้ตอบแบบสำรวจ 51.7% คาดว่าสถานการณ์จะแย่ลงอย่างมากหรือเล็กน้อย ขณะที่ 17% คาดว่าจะดีขึ้นอย่างมากหรือเล็กน้อย

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า แรงกดดันทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นจากจีน ประกอบกับผลกระทบด้านพลังงานจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ยิ่งตอกย้ำความจำเป็นที่บริษัทญี่ปุ่นต้องทบทวนห่วงโซ่อุปทานและจัดหาแหล่งวัตถุดิบทางเลือก ขณะที่เจ้าหน้าที่ของบริษัท Resilire Inc. เปิดเผยว่า บริษัทต่าง ๆ เริ่มระมัดระวังมากขึ้นในการจัดหาแหล่งวัตถุดิบ พร้อมกับเน้นย้ำว่า “การหาซัพพลายเออร์ทางเลือกและการสำรองสต็อกวัตถุดิบถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง”

โดย ปรียพรรณ มีสุข/กัลยาณี ชีวะพานิช