ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 33.43 แกว่งกรอบแคบ ตลาดรอปัจจัยใหม่

ค่าเงินบาท [USDTHB.X] ปิดเย็นนี้ ที่ระดับ 33.43 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากเปิดช่วงเช้า ที่ระดับ 33.41 บาท/ดอลลาร์

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา ระบุว่า เงินบาทระหว่างวันเคลื่อนไหวในกรอบ 33.39 – 33.45 บาท/ดอลลาร์ โดยเงินบาทยังแกว่งในกรอบแคบ คาดว่าตลาดยังรอดูปัจจัยใหม่ ส่วนที่กระทรวงพาณิชย์ จะรายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) หรืออัตราเงินเฟ้อของไทย เดือนก.ค.นั้น มองว่ามีผลจำกัดต่อค่าเงินบาท

ทั้งนี้ ตลาดรอติดตามข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ในคืนวันศุกร์นี้ โดยเฉพาะตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร เดือน ก.ค. รวมทั้งยังคงเกาะติดสถานการณ์ในตะวันออกกลาง กรณีการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน ที่ยังมีความไม่แน่นอน

นักบริหารเงิน คาดว่า พรุ่งนี้ เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 33.30 – 33.55 บาท/ดอลลาร์

*ปัจจัยสำคัญ

– เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 157.92 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่ระดับ 157.54 เยน/ดอลลาร์

– เงินเยน อยู่ที่ระดับ 1.1510 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเช้าที่ระดับ 1.1510 ดอลลาร์/ยูโร

– ดัชนี SET ปิดที่ 1,617.13 จุด ลดลง 4.77 จุด (-0.29%) มูลค่าซื้อขาย 77,757.30 ล้านบาท

– สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติขายสุทธิ 146.16 ล้านบาท

– 25 รัฐของสหรัฐฯ ที่มีผู้ว่าการรัฐจากพรรคเดโมแครต ยื่นฟ้องรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อคัดค้านมาตรการเก็บภาษีนำเข้าชุดใหม่ในอัตราสูงสุด 12.5% สำหรับสินค้าจาก 60 ประเทศและดินแดนคู่ค้า โดยชี้ว่าประธานาธิบดี ไม่มีอำนาจตามกฎหมายในการกำหนดมาตรการดังกล่าว

– คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของจีน (CSRC) และคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (SFC) ของฮ่องกง ประกาศมาตรการชุดใหม่ร่วมกัน เพื่อยกระดับความร่วมมือด้านตลาดทุนระหว่างจีนกับฮ่องกง โดยเปิดทางให้บริษัทจีนแผ่นดินใหญ่ที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง พร้อมสนับสนุนให้บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ สามารถระดมทุนผ่านตลาดทุนของจีนได้

– ธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK) คาดการณ์ว่า อัตราเงินเฟ้อเดือนส.ค.ของเกาหลีใต้ มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยจากเดือนก.ค. เนื่องจากฐานเปรียบเทียบที่ต่ำ รวมทั้งสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง ทำให้ต้นทุนปรับตัวสูงขึ้น และเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ

– บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ป (Toyota Motor Corp.) ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นรายใหญ่ที่สุดของโลก เผยกำไรสุทธิในไตรมาส 1 (เม.ย.-มิ.ย. 2569) อยู่ที่ 1.48 ล้านล้านเยน (ราว 9.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้น 75.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยได้ปัจจัยหนุนส่วนหนึ่งมาจากเงินเยนที่อ่อนค่าลง

– ธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK) มีแผนที่จะเข้าซื้อทองคำที่ผลิตภายในประเทศเป็นครั้งแรกในรอบ 13 ปี ผ่านการทำธุรกรรมนอกตลาด (OTC) โดยช่องทางการซื้อใหม่นี้ สามารถลดความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เมื่อเทียบกับการซื้อทองคำในตลาดต่างประเทศในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งต้องชำระเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ

– ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ สัปดาห์นี้ ได้แก่ ยอดนำเข้า ยอดส่งออก และดุลการค้าเดือนมิ.ย., ตัวเลขการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) เดือนมิ.ย., ตัวเลขการจ้างงานของภาคเอกชนรายสัปดาห์, ดัชนีภาคบริการเดือนก.ค., จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนก.ค. และ การคาดการณ์เงินเฟ้อของผู้บริโภคเดือนก.ค.

โดย กษมาพร กิตติสัมพันธ์/รัชดา คงขุนเทียน