ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันอังคาร (4 ส.ค.) โดยทำลายสถิติสูงสุดเดิมที่เคยทำไว้เมื่อต้นเดือนก.ค. จากแรงหนุนของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี การทยอยประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน และราคาน้ำมันที่ลดลง ซึ่งช่วยส่งเสริมบรรยากาศการลงทุน
- ดัชนี STOXX 600 [STOXX.X] ปิดที่ 656.86 จุด เพิ่มขึ้น 4.77 จุด หรือ +0.73%
- ดัชนี CAC-40 [CAC40.X] ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,666.63 จุด เพิ่มขึ้น 52.81 จุด หรือ +0.61%
- ดัชนี DAX [DAX.X] ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 26,202.35 จุด เพิ่มขึ้น 201.04 จุด หรือ +0.77%
- ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X] ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,879.38 จุด เพิ่มขึ้น 21.68 จุด หรือ +0.20%
นักลงทุนยังคงติดตามผลประกอบการของบริษัทต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจและภาคธุรกิจของยุโรป ขณะที่นักวิเคราะห์ระบุว่า ดัชนีหุ้นหลักของยุโรปเคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์มาตั้งแต่ปลายเดือนที่ผ่านมา และตลาดปรับตัวขึ้นต่อเนื่องหลายเดือน โดยมีปัจจัยสำคัญจากการเติบโตของผลกำไรภาคธุรกิจ
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวขึ้น 2.8% นำโดยหุ้น BE Semiconductor ที่พุ่งขึ้น 8.1% หลัง Berenberg ปรับคำแนะนำลงทุนเป็นซื้อ พร้อมระบุว่าการอ่อนตัวของตลาดในช่วงก่อนหน้าเปิดโอกาสให้นักลงทุนเข้าซื้อในระดับราคาที่น่าสนใจ
หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์รายอื่น ๆ ก็ปรับตัวขึ้นเช่นกัน โดยหุ้น Soitec พุ่ง 9.9% มากที่สุดในกลุ่ม ขณะที่หุ้น Aixtron, ASML และ Infineon เพิ่มขึ้น 2.6%-3.7% แม้ว่าหุ้นกลุ่มชิปทั่วโลกยังคงผันผวน เนื่องจากนักลงทุนประเมินว่าความต้องการด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะเพียงพอรองรับมูลค่าหุ้นที่อยู่ในระดับสูงหรือไม่
ด้านหุ้นกลุ่มเหมืองแร่ปรับตัวขึ้น 3.6% มากที่สุดในบรรดากลุ่มอุตสาหกรรม จากแรงหนุนของราคาโลหะที่ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่หุ้น Bayer เพิ่มขึ้น 2.4% หลังบริษัทยาของเยอรมนีรายงานกำไรจากการดำเนินงานรายไตรมาสเพิ่มขึ้น 1.9% สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์
อย่างไรก็ตาม หุ้น HSBC ซึ่งเป็นธนาคารรายใหญ่ที่สุดของยุโรป ลดลง 0.8% แม้รายงานกำไรครึ่งปีแรกสูงกว่าคาดและปรับเพิ่มเป้าหมายรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ หลังจากก่อนหน้านี้ในวันเดียวกันราคาหุ้นเพิ่งพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
ในอีกด้านหนึ่ง หุ้นกลุ่มพลังงานร่วงลง 1.7% ต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 หลังราคาน้ำมันร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 สัปดาห์ ภายหลังกาตาร์เปิดเผยว่า ผู้ไกล่เกลี่ยมีความคืบหน้าในการผลักดันการยุติสงคราม ขณะที่ตลาดการเงินทั่วโลกยังคงแกว่งตัวระหว่างมุมมองเชิงบวกและเชิงลบ นับตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มขึ้นในช่วงปลายเดือนก.พ. เนื่องจากทั้งสองฝ่ายยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงที่ยอมรับร่วมกันได้
แรงกดดันยังเกิดขึ้นกับหุ้น Lufthansa ที่ร่วงลง 8.2% หลังสายการบินของเยอรมนีเตือนว่า กำไรจากการดำเนินงานในปี 2569 อาจลดลง เนื่องจากกำไรไตรมาส 2 หดตัวลงมากกว่าครึ่งจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น อันเป็นผลจากสงครามอิหร่าน
ขณะที่หุ้น Zalando ดิ่งลง 13.4% มากที่สุดในดัชนี STOXX 600 หลังผู้ค้าปลีกสินค้าแฟชั่นคาดว่ารายได้และการเติบโตในปี 2569 จะอยู่ในช่วงครึ่งล่างของกรอบประมาณการเดิม พร้อมทั้งปรับลดกรอบคาดการณ์กำไรจากการดำเนินงานที่ปรับรายการพิเศษแล้ว ส่งผลให้หุ้นกลุ่มค้าปลีกปรับตัวลง 0.7%
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช





