
ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (CPI) เดือน ก.ค.69 อยู่ที่ 102.10 หรืออัตราเงินเฟ้อ สูงขึ้น 1.95% จากเดือนเดียวกันของปีก่อน จากตลาดคาด 2.52-2.60% เนื่องมาจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศที่ยังคงทรงตัวในระดับสูงกว่าปีก่อนหน้า จากผลกระทบของสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่มีความยืดเยื้อ ซึ่งส่งผลกระทบต่อเนื่องให้ค่าโดยสารสาธารณะปรับตัวสูงขึ้นตามต้นทุนเชื้อเพลิง แต่เงินเฟ้อชะลอลงจากเดือนมิ.ย.69 จากผลของราคาน้ำมันในประเทศที่ปรับตัวลดลง ตามทิศทางราคาน้ำมันตลาดโลกในขณะนั้น ประกอบกับมาตรการของภาครัฐในเรื่องการเข้ามากำกับดูแลราคาหน้าโรงกลั่น และมาตรการอุดหนุนของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง
ขณะที่อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ย 7 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-ก.ค.) สูงขึ้น 1.21% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไป (CPI) ในเดือนก.ค. ยังคงสูงขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน เนื่องมาจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศที่ยังคงทรงตัวในระดับสูงกว่าปีก่อนหน้า จากผลกระทบของสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่มีความยืดเยื้อ ซึ่งส่งผลกระทบต่อเนื่องให้ค่าโดยสารสาธารณะปรับตัวสูงขึ้นตามต้นทุนเชื้อเพลิง
ขณะเดียวกัน ราคาอาหารสำเร็จรูปปรับตัวสูงขึ้นเป็นวงกว้างในอัตราที่ค่อนข้างสูง และยังมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากเครื่องประกอบอาหารบางชนิดทยอยปรับราคาสูงขึ้น ประกอบกับราคาผักสดปรับตัวสูงขึ้นจากปีก่อนหน้าซึ่งมีฐานราคาอยู่ในระดับต่ำ และได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญกำลังอ่อน
ส่วนดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) เดือนก.ค.69 อยู่ที่ 102.76 หรืออัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน สูงขึ้น 1.34% จากเดือนเดียวกันของปีก่อน และเฉลี่ย 7 เดือนแรกปีนี้ อยู่ที่ 0.87%
โดยในเดือน ก.ค.69 มีสินค้าและบริการสำคัญที่อยู่ในตะกร้าการคำนวณเงินเฟ้อ ที่มีการเปลี่ยนแปลงราคา ดังนี้
- สินค้าและบริการที่ราคาเพิ่มขึ้น 211 รายการ ได้แก่ ข้าวราดแกง, ก๋วยเตี๋ยว, น้ำมันพืช, น้ำปลา, ซอสหอยนางรม, ข้าวสารเจ้า, เนื้อสุกร, ไข่ไก่, น้ำยารีดผ้า, สบู่, ยาสีฟัน และอาหารสัตว์เลี้ยง เป็นต้น
- สินค้าและบริการที่ราคาลดลง 132 รายการ ได้แก่ กุ้งขาว, กะหล่ำปลี, มะนาว, ผักกาดขาว, แชมพู, น้ำยาปรับผ้านุ่ม, น้ำมันเชื้อเพลิง, ค่าโดยสารสาธารณะ, ค่าธรรมเนียมผ่านทางพิเศษ เป็นต้น
- สินค้าและบริการที่ราคาคงเดิม 121 รายการ ได้แก่ ค่าไฟฟ้า, ค่าน้ำประปา, ค่าเบี้ยประกัน, ค่าขูดหินปูน เป็นต้น
ผู้อำนวยการ สนค. กล่าวว่า สำหรับอัตราเงินเฟ้อในเดือน ส.ค.69 คาดว่ายังมีแนวโน้มเป็นบวกต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปสูงขึ้น ได้แก่
1. ราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศที่ทรงตัวสูงกว่าปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ และมีการปฏิบัติการทางกำลังทหารรอบใหม่
2. ราคาอาหารสำเร็จรูปทยอยปรับตัวสูงเป็นวงกว้าง และมีการปรับราคาต่อจานในอัตราที่ค่อนข้างสูง รวมทั้งเครื่องประกอบอาหารทยอยปรับราคาสูงขึ้น
3. ค่าใช้จ่ายในการเดินทางปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะค่าโดยสารรถประจำทาง ตามราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ทรงตัวในระดับสูงกว่าปีก่อนหน้า
4. ราคาผักสดที่สำคัญมีแนวโน้มสูงกว่าปีก่อนหน้า จากฐานราคาที่ต่ำในปีก่อน รวมถึงความเสี่ยงจากผลกระทบของปรากฏการณ์เอลนีโญที่กำลังเปลี่ยนผ่านจากสภาวะเอลนีโญกำลังอ่อน (Weak El Niño) สู่สภาวะเอลนีโญกำลังแรง/กำลังแรงมาก
อย่างไรก็ดี ยังคงมีปัจจัยกดดันให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลง ได้แก่ 1. ค่ากระแสไฟฟ้าในรอบเดือนพฤษภาคม – สิงหาคม 2569 ยังคงต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าเล็กน้อย และ 2. ราคาผลไม้สดมีแนวโน้มปรับลดลง จากอุปทานที่เข้าสู่ตลาดในปริมาณมาก
นายนันทพงษ์ กล่าวด้วยว่า โอกาสที่เศรษฐกิจไทยจะเกิดภาวะ Stagflation ไม่ได้มีสูงมากนัก เนื่องจากการบริโภคภาคเอกชน และความเชื่อมั่นภาคเอกชนฟื้นตัวดี มูลค่าการสงออกอยู่ในระดับสูง การลงทุนยังมีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่อัตราการว่างงานในประเทศยังอยู่ในระดับต่ำ
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ ยังคงประมาณการกรอบเงินเฟ้อสำหรับปี 2569 ไว้ที่เดิม 1.5-2.5% แต่มีโอกาสที่กรอบจะปรับแคบลงมาอยู่ในช่วง 1.5-2.0% ได้ โดยประเมินอัตราเงินเฟ้อ ในไตรมาส 3/69 ไว้ที่ 2.09% ส่วนไตรมาส 4/69 อยู่ที่ 2.33%
โดย กษมาพร กิตติสัมพันธ์/รัชดา คงขุนเทียน





