
สำนักงานสถิติแห่งชาติอินโดนีเซียเปิดเผยในวันนี้ (5 ส.ค.) ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ขยายตัว 5.29% ในไตรมาส 2/2569 เมื่อเทียบรายปี ซึ่งแข็งแกร่งกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 5.14% โดยได้แรงหนุนจากการใช้จ่ายของภาคครัวเรือนและการลงทุน ซึ่งช่วยให้เศรษฐกิจอินโดนีเซียสามารถรับมือกับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ท้าทาย
อย่างไรก็ตาม GDP ไตรมาส 2 ของอินโดนีเซียชะลอตัวลงจากไตรมาส 1 ที่มีการขยายตัว 5.61%
การบริโภคในภาคครัวเรือน ซึ่งมีสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของระบบเศรษฐกิจอินโดนีเซีย ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของการเติบโต แม้ว่าการบริโภคในภาคครัวเรือนจะขยายตัวในอัตราที่ชะลอลงสู่ระดับ 5.06% ในไตรมาส 2 ก็ตาม
ขณะที่ในภาคอุตสาหกรรมนั้น การผลิต การเกษตร การค้า การก่อสร้าง และการทำเหมือง มีส่วนช่วยหนุน GDP มากที่สุด โดยทุกภาคส่วนมีการขยายตัว ยกเว้นภาคการทำเหมือง
เศรษฐกิจของอินโดนีเซียซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงมีความยืดหยุ่น แม้สงครามที่ยืดเยื้อในอิหร่านได้ส่งผลให้ราคาพลังงานสูงขึ้นและกดดันการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ก็ตาม
ทั้งนี้ รัฐบาลอินโดนีเซียได้ตั้งเป้าที่จะเร่งการเติบโตของ GDP ในช่วงครึ่งปีหลัง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายซึ่งกำหนดไว้ที่ 6% สำหรับปี 2569 ซึ่งเป็นระดับที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่ปี 2555
โดย รัตนา พงศ์ทวิช/ปรียพรรณ มีสุข





