
ค่าเงินบาท [USDTHB.X] ปิดเย็นนี้ ที่ระดับ 33.20 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าจากเปิดช่วงเช้า ที่ระดับ 33.25 บาท/ดอลลาร์
นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา ระบุว่า เงินบาทระหว่างวันเคลื่อนไหวในกรอบ 33.16 – 33.26 บาท/ดอลลาร์ วันนี้บาทแข็งค่าตามภูมิภาค ซึ่งเงินบาท 33.16 ถือว่า แข็งค่าสุดในรอบ 1 เดือน
“บาทแข็งค่าตามราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ร่วงลงมา จากความหวังในสถานการณ์ในตะวันออกกลาง”นักการเงิน ระบุ
นักบริหารเงิน คาดว่าเงินบาทวันพรุ่งนี้จะเคลื่อนไหวในกรอบ 33.10 – 33.30 บาท/ดอลลาร์
*ปัจจัยสำคัญ
– เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 157.75 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่ระดับ 157.53 เยน/ดอลลาร์
– เงินเยน อยู่ที่ระดับ 1.1540 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเช้าที่ระดับ 1.1530 ดอลลาร์/ยูโร
– ดัชนี SET ปิดที่ 1,609.78 จุด ลดลง 7.35 จุด (-0.45%) มูลค่าซื้อขายราว 90,133.10 ล้านบาท
– สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติขายสุทธิ 6,089.94 ล้านบาท
– สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (CPI) เดือน ก.ค.69 อยู่ที่ 102.10 หรืออัตราเงินเฟ้อ สูงขึ้น 1.95% จากเดือนเดียวกันของปีก่อน จากตลาดคาด 2.52-2.60% เนื่องมาจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศที่ยังคงทรงตัวในระดับสูงกว่าปีก่อนหน้า จากผลกระทบของสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่มีความยืดเยื้อ ซึ่งส่งผลกระทบต่อเนื่องให้ค่าโดยสารสาธารณะปรับตัวสูงขึ้นตามต้นทุนเชื้อเพลิง แต่เงินเฟ้อชะลอลงจากเดือนมิ.ย.69 จากผลของราคาน้ำมันในประเทศที่ปรับตัวลดลง ตามทิศทางราคาน้ำมันตลาดโลกในขณะนั้น ประกอบกับมาตรการของภาครัฐในเรื่องการเข้ามากำกับดูแลราคาหน้าโรงกลั่น และมาตรการอุดหนุนของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง
– กระทรวงพาณิชย์ ประเมินโอกาสที่เศรษฐกิจไทยจะเกิดภาวะ Stagflation ไม่ได้มีสูงมากนัก เนื่องจากการบริโภคภาคเอกชน และความเชื่อมั่นภาคเอกชนฟื้นตัวดี มูลค่าการสงออกอยู่ในระดับสูง การลงทุนยังมีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่อัตราการว่างงานในประเทศยังอยู่ในระดับต่ำ
– กกร. คงเป้าเศรษฐกิจไทยปี 69 ขยายตัว 1.6-2.0% มองเศรษฐกิจโลกช่วงครึ่งปีหลัง เผชิญความไม่แน่นอนสูง จากปัญหาความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และเทรนด์เทคโนโลยี AI ส่งผลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในแบบ K-shape แนะภาครัฐยกระดับ Local Content ดึงดูดคลื่นการลงทุนต่างชาติ
– ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เปิดเผยรายงานการประชุมประจำเดือนมิ.ย. โดยระบุว่า กรรมการบางส่วนของ BOJ สนับสนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม โดยชี้ว่าการดำเนินการดังกล่าวจะช่วยควบคุมอัตราดอกเบี้ยระยะยาวซึ่งปรับตัวสูงขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ อันเนื่องมากจากความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ
– คณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นมีมติอนุมัติแผนการลดอัตราภาษีการบริโภคสำหรับสินค้าประเภทอาหารและเครื่องดื่มลงเหลือ 1% จากปัจจุบันที่ 8% เป็นระยะเวลา 2 ปี โดยจะเริ่มตั้งแต่เดือนเม.ย. 2570 ซึ่งเป็นการปรับลดภาษีดังกล่าวเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ญี่ปุ่นเริ่มนำระบบนี้มาใช้ในปี 2532
โดย ฐานิสร์ ทองนอก/รัชดา คงขุนเทียน





