CREDIT เผยสินเชื่อพ่อค้าแม่ค้าครึ่งแรกปี 69 โตแกร่ง! ยอดใหม่พุ่ง 55% หนุนรายย่อยยกระดับสู่ดิจิทัลเต็มรูปแบบ

ธนาคารไทยเครดิต [CREDIT] เปิดเผยผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/69 เฉพาะสินเชื่อใหม่เพิ่มขึ้น 55% หรือ 4,131 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้พอร์ตสินเชื่อรวมของกลุ่มสินเชื่อพ่อค้าแม่ค้ารวมอยู่ที่ 21,814 ล้านบาท พร้อมฐานลูกค้าที่ขยายตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง

การเติบโตดังกล่าวสะท้อนว่าผู้ประกอบการฐานรากยังคงเดินหน้าลงทุนต่อยอดธุรกิจ แม้ต้องเผชิญภาวะต้นทุนสูงและกำลังซื้อผันผวน ทั้งนี้ ข้อมูลจากการลงพื้นที่ของทีมวิเคราะห์สินเชื่อระบุว่า ผู้ประกอบการรายย่อยมีการปรับตัวอย่างเด่นชัด ทั้งการขอเพิ่มวงเงินหมุนเวียนเพื่อต่อยอดธุรกิจ และนำเทคโนโลยีเข้ามาเสริมศักยภาพธุรกิจ แสดงให้เห็นว่าลูกค้าสินเชื่อของธนาคารเริ่มปรับตัวให้พร้อมรับมือกับภาวะเศรษฐกิจ และก้าวเข้าสู่ระบบดิจิทัลเพิ่มมากขึ้น

นายกมลภู ภูริดิฐสกุล รองกรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริหารธุรกิจไมโครไฟแนนซ์และสาขาสินเชื่อ CREDIT กล่าวว่า ตลอดครึ่งปีแรก ธนาคารยังได้ดำเนินโครงการสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยรอบด้าน ทั้งการจัดทำป้ายร้านค้าเพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้า เน้นการจัดอบรมความรู้ทางการเงิน ครอบคลุมพื้นที่สาขาสินเชื่อทั่วประเทศ ผ่านโครงการให้ความรู้และการบริหารจัดการทางการเงิน “ตังค์โต Know-how” เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันรับมือเศรษฐกิจผันผวน และการมอบทุนการศึกษาแก่บุตรหลานเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัว ซึ่งล้วนเป็นความตั้งใจของธนาคารไทยเครดิตในการสร้างรากฐานที่แข็งแกร่ง และสะท้อนวิสัยทัศน์ที่มุ่งมั่นสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกับรายย่อยในทุกมิติ

“ผลประกอบการในช่วงครึ่งปีแรกตัวเลขพอร์ตสินเชื่อที่เติบโตขึ้น คือเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นและพลังใจของพ่อค้าแม่ค้าผู้ประกอบการรายย่อยที่ไม่ว่าจะเจอสถานการณ์แบบไหนก็ยังลุกขึ้นมาพัฒนาธุรกิจตัวเองอยู่เสมอ ธนาคารยึดมั่นเสมอว่า หน้าที่ของเราไม่ใช่แค่การปล่อยกู้สินเชื่อหรือให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนเท่านั้น แต่เราต้องเป็น ‘พาร์ทเนอร์’ ที่ช่วยประคองและสร้างฐานที่มั่นคงให้กับกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าอีกด้วย”

ทิศทางการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลังของปี 69 ธนาคารยังคงมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์สินเชื่อและบริการทางการเงินให้ตอบโจทย์การทำธุรกิจอย่างตรงจุด เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และเหมาะสมกับศักยภาพของแต่ละธุรกิจ โดยเน้นการยกระดับบริการด้านดิจิทัลผ่านแอปพลิเคชัน ‘ไมโครเพย์ อีวอลเล็ท’ และส่งเสริมการใช้งาน ‘QR ร้านค้าสแกนรับเงิน’ เพื่อนำข้อมูลรายการเดินบัญชี (Statement) มาต่อยอดการพิจารณาสินเชื่อ เพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในอนาคตที่ง่ายยิ่งขึ้น

“ธนาคารเชื่อมั่นว่าการให้เพียงสินเชื่ออาจไม่เพียงพอต่อการเติบโตในระยะยาว แต่ต้องดำเนินควบคู่ไปกับการส่งเสริมกิจกรรมเสริมศักยภาพ การเติมองค์ความรู้ และการออกแบบผลิตภัณฑ์สินเชื่อใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพราะเป้าหมายสูงสุดของธนาคารไม่ใช่เพียงการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อ แต่คือการได้เห็นธุรกิจของลูกค้าเติบโต มีรายได้ที่มั่นคง และสามารถสร้างอาชีพได้อย่างยั่งยืน” นายกมลภู กล่าว