ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: หุ้นยุโรปปิดนิวไฮ 3 วันติด รับแรงหนุนงบแกร่ง-ความหวังสันติภาพตะวันออกกลาง

ตลาดหุ้นยุโรปปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ติดต่อกันเป็นวันที่ 3 ในวันพฤหัสบดี (6 ส.ค.) โดยนักลงทุนขานรับผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่ออกมาแข็งแกร่งเป็นส่วนใหญ่ พร้อมติดตามความเป็นไปได้ในการบรรลุข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน รวมถึงความคืบหน้าในการเปิดใช้ช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง

  • ดัชนี STOXX 600 [STOXX.X] ปิดที่ 658.19 จุด เพิ่มขึ้น 1.05 จุด หรือ +0.16%
  • ดัชนี CAC-40 [CAC40.X] ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,699.71 จุด เพิ่มขึ้น 30.42 จุด หรือ +0.35%
  • ดัชนี DAX [DAX.X] ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 26,140.13 จุด เพิ่มขึ้น 13.83 จุด หรือ +0.05%
  • ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X] ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,867.89 จุด ลดลง 20.41 จุด หรือ -0.19%

แรงหนุนสำคัญของตลาดมาจากผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน โดยนักวิเคราะห์ทยอยปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรตลอดฤดูกาลประกาศผลประกอบการ ข้อมูลจาก LSEG ระบุว่า กำไรไตรมาส 2 ของบริษัทในดัชนี STOXX 600 ขณะนี้ถูกคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเกือบ 21% จากเดิมที่คาดไว้ราว 12.5% เมื่อต้นเดือนพ.ค.

ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังมีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มการคลี่คลายของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยเชื่อว่าหากความตึงเครียดลดลง จะช่วยหนุนความต้องการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง และทำให้ตลาดหุ้นยุโรปสามารถมองข้ามความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ได้ในระยะนี้

แหล่งข่าวอาวุโสของอิหร่านและเจ้าหน้าที่ระดับภูมิภาค 2 ราย เปิดเผยว่า ร่างข้อตกลงที่อิหร่านและโอมานเสนอเพื่อยุติสงครามที่ยืดเยื้อมานาน 5 เดือน จะให้อิหร่านมีอำนาจควบคุมเรือที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซเข้าสู่อ่าวเปอร์เซีย ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเงื่อนไขที่เอื้อประโยชน์ต่ออิหร่านมากที่สุด

นักวิเคราะห์ระบุว่า แม้ผลประกอบการของบริษัทจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนตลาด แต่ความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจก็มีส่วนช่วยเสริมความเชื่อมั่นของนักลงทุนและดึงดูดเม็ดเงินเข้าสู่ตลาดหุ้น โดยข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดของยูโรโซนสะท้อนว่า เศรษฐกิจของภูมิภาคยังคงแข็งแกร่ง แม้ได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้นอันเป็นผลจากสงครามอิหร่าน

หุ้น Deutsche Telekom พุ่งขึ้น 6.3% หลังผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายใหญ่ของเยอรมนีประกาศขยายโครงการซื้อหุ้นคืนในปี 2569 เพิ่มอีก 3 พันล้านยูโร หรือประมาณ 3.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้วงเงินรวมเพิ่มเป็นสูงสุด 5 พันล้านยูโร ส่งผลให้หุ้นกลุ่มโทรคมนาคมของยุโรปปรับตัวขึ้น 2.9%

หุ้นกลุ่มสื่อปรับตัวขึ้น 3% นำโดยหุ้น WPP ที่พุ่งแรง 28.6% ซึ่งเป็นการปรับขึ้นรายวันที่มากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2535 หลังบริษัทมีการเติบโตของรายได้จากการดำเนินงานสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาด ขณะที่ซินดี โรส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ระบุว่า แผนฟื้นฟูธุรกิจยังคงดำเนินไปตามเป้าหมาย

หุ้น Renk ปรับตัวขึ้น 5.8% หลังบริษัทด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศรายงานยอดคำสั่งซื้อในไตรมาส 2 สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาด

ในทางกลับกัน หุ้น Rheinmetall ร่วงลง 3.5% หลังบริษัทปรับลดคาดการณ์ยอดขายในปี 2569 ส่งผลให้หุ้นกลุ่มอากาศยานและการป้องกันประเทศของยุโรปปรับตัวลง 0.8%

ด้านหุ้น Siemens ปิดลดลง 4.5% หลังผลประกอบการของธุรกิจอุตสาหกรรมดิจิทัลต่ำกว่าที่ตลาดคาด แม้บริษัทรายงานกำไรจากธุรกิจอุตสาหกรรมรายไตรมาสสูงสุดเป็นประวัติการณ์ พร้อมปรับเพิ่มคาดการณ์ผลประกอบการตลอดปี

หุ้น Hikma Pharmaceuticals พุ่งขึ้น 8.2% หลังรายงานกำไรจากการดำเนินงานหลักในช่วงครึ่งปีแรกเพิ่มขึ้น 9% และยังคงประมาณการผลประกอบการทั้งปีไว้ตามเดิม

โดย กัลยาณี ชีวะพานิช

ข่าวล่าสุด