
สำนักข่าวฟาร์ส (Fars) ซึ่งเป็นสื่อกึ่งทางการของอิหร่าน รายงานโดยอ้างคำกล่าวของสมาชิกรัฐสภาอิหร่านว่า คณะกรรมาธิการรัฐสภาอิหร่านกำลังพิจารณาร่างกฎหมายเบื้องต้นเพื่อห้ามเรือของสหรัฐฯ อิสราเอล และเรือของประเทศอื่น ๆ ที่เป็นปฏิปักษ์ต่ออิหร่าน ไม่ให้เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมกำหนดโทษปรับผู้ฝ่าฝืนในอัตราสูงถึง 20% ของมูลค่าสินค้า โดยมาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของร่างแผนการบริหารจัดการเส้นทางน้ำที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจแห่งนี้
สมาชิกรัฐสภารายนี้ยังกล่าวด้วยว่า กฎหมายดังกล่าวยังคงอยู่ระหว่างการทบทวนโดยผู้เชี่ยวชาญ และรัฐสภาได้เชิญบรรดาผู้เชี่ยวชาญให้ยื่นข้อเสนอแนะก่อนที่จะมีการสรุปร่างกฎหมายฉบับนี้
ด้านสหรัฐฯ ได้ออกมาปฏิเสธข้อกำหนดดังกล่าวของอิหร่านในทันที โดยเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ รายหนึ่งเปิดเผยกับสำนักข่าวซีเอ็นบีซี (CNBC) ว่า เส้นทางชั่วคราวใด ๆ นั้น จะต้องปราศจากอุปสรรคใด ๆ ทั้งสิ้น ซึ่งหมายความว่าไม่ต้องมีการขออนุมัติหรืออนุญาต และต้องไม่มีการเก็บค่าผ่านทางหรือค่าธรรมเนียม ๆ พร้อมกับเสริมว่า ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางน้ำสากล และไม่มีฝ่ายใดมีอำนาจควบคุมช่องทางการสัญจรหรือขัดขวางความสามารถในการเดินทางผ่านเส้นทางนี้ได้
การออกโรงปฏิเสธของเจ้าหน้าที่รายดังกล่าว มีขึ้นหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ และสกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุว่า ข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านอาจเกิดขึ้นภายในวันพุธหรือวันพฤหัสบดี (วันที่ 5 หรือ 6 ส.ค.)
ทั้งนี้ ข่าวอิหร่านวางแผนออกกฎหมายห้ามเรือของสหรัฐฯ และอิสราเอล ไม่ให้เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้สัญญาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ส่งมอบเดือนก.ย. พุ่งขึ้น 2.07 ดอลลาร์ หรือ 2.75% ปิดที่ 77.29 ดอลลาร์/บาร์เรล และสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ [BRENT.X] ส่งมอบเดือนต.ค. เพิ่มขึ้น 3.04 ดอลลาร์ หรือ 3.83% ปิดที่ 82.49 ดอลลาร์/บาร์เรล ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กในวันพฤหัสบดี (6 ส.ค.)
โดย รัตนา พงศ์ทวิช/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์





