
แรนด์ พอล สมาชิกวุฒิสภาสังกัดพรรครีพับลิกัน ยื่นเรื่องขอให้กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ดำเนินคดีอาญาต่อ นายแพทย์แอนโทนี เฟาชี อดีตผู้เชี่ยวชาญระดับสูงด้านโรคติดเชื้อของสหรัฐฯ ฐานปฏิเสธที่จะตอบคำถามเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 หลังจากคณะกรรมาธิการของวุฒิสภาลงมติว่าดร.เฟาชีมีความผิดฐานละเมิดอำนาจรัฐสภา
การยื่นเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งมาตุภูมิและกิจการรัฐบาลของวุฒิสภา ซึ่งมีสว.พอลเป็นประธาน ได้ผ่านข้อมติความผิดฐานละเมิดอำนาจรัฐสภาด้วยคะแนนเสียงตามแนวทางพรรค โดยสว.ฝ่ายรีพับลิกันลงมติเห็นชอบทั้งหมด ขณะที่ฝ่ายเดโมแครตคัดค้าน ทั้งนี้ ข้อมติดังกล่าวกล่าวหาว่า ดร.เฟาชี ในวัย 85 ปี ขัดขืนไม่ปฏิบัติตามหมายเรียกของรัฐสภา
ในการไต่สวนเมื่อสัปดาห์ก่อน ดร.เฟาชีซึ่งเกษียณอายุเมื่อปี 2565 จากตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันโรคติดเชื้อแห่งชาติและที่ปรึกษาประธานาธิบดี ได้ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 5 (Fifth Amendment) เพื่อปฏิเสธการให้การที่เป็นโทษต่อตนเองมากกว่า 100 ครั้ง
แรนด์ พอล ได้ยื่นหนังสือส่งเรื่องดำเนินคดีอาญาไปยังกระทรวงยุติธรรมโดยตรง โดยข้ามขั้นตอนการลงมติของที่ประชุมวุฒิสภาชุดใหญ่ สว.พอลระบุว่าการลงมติในสภาชุดใหญ่ไม่มีความจำเป็น ขณะที่พรรคเดโมแครตแย้งว่า สว.พอลกำลังละเมิดข้อบังคับของวุฒิสภาจากการข้ามขั้นตอนดังกล่าว ซึ่งหากมีการลงมติจริงก็มีแนวโน้มสูงว่าจะล้มเหลวเนื่องจากต้องใช้เสียงข้างมากถึง 60 เสียง พร้อมทั้งวิจารณ์ว่าการกระทำนี้อันตรายและไม่เคยมีแบบอย่างมาก่อน
โฆษกกระทรวงยุติธรรมยืนยันว่าได้รับสำเนาหนังสือส่งเรื่องดังกล่าวแล้ว ซึ่งส่งถึงคณะผู้บริหารกระทรวงและสำนักงานอัยการสหรัฐฯ ประจำกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้นับเป็นการยกระดับความตึงเครียดครั้งรุนแรงที่สุด ในความพยายามของพรรครีพับลิกันและรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องการนำประเด็นโควิด-19 กลับมาไต่สวนใหม่ และโยนความผิดเกี่ยวกับความเสียหายที่เกิดจากมาตรการรับมือโรคระบาดของสหรัฐฯ
เมื่อถูกถามว่าดร.เฟาชีควรถูกดำเนินคดีหรือไม่ ปธน.ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่ห้องทำงานรูปไข่ว่า “เขาอาจจะต้องโดน สิ่งที่เขาทำมันร้ายแรงกว่าคดีอาญาหลาย ๆ คดีเสียอีก” โดยปธน.ทรัมป์ได้เปรียบเทียบดร.เฟาชีกับพันธมิตรคนสำคัญอย่าง ปีเตอร์ นาวาร์โร และ สตีฟ แบนนอน ซึ่งทั้งคู่ต้องโทษจำคุกเป็นเวลา 4 เดือนในข้อหาละเมิดอำนาจรัฐสภาจากการขัดขืนหมายเรียก
ทั้งนี้ ความผิดฐานละเมิดอำนาจรัฐสภาจัดเป็นลหุโทษระดับรัฐบาลกลาง มีโทษปรับสูงสุด 100,000 ดอลลาร์ และจำคุกสูงสุด 12 เดือน
ด้านเดวิด เชิร์ตเลอร์ ทนายความของดร.เฟาชี กล่าวว่า การลงมติเมื่อวันพฤหัสบดี (6 ส.ค.) เป็นเพียง “ปาหี่ทางการเมืองอันหยาบกระด้างที่มุ่งเล่นงาน ดร.เฟาชี จากการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ” พร้อมย้ำว่าดร.เฟาชีไม่ได้กระทำความผิดอาญาใด ๆ และชี้ว่าข้อมตินี้เป็นเพียงการสานต่อ “ความแค้นส่วนตัว”
ขณะที่สว.พอลปฏิเสธข้อกล่าวหานี้ โดยระบุในแถลงการณ์เปิดการประชุมว่า “การแสวงหาความจริงไม่ใช่การล่าแม่มด” พร้อมชี้ว่าคณะกรรมาธิการต้องการความรับผิดชอบเพื่อป้องกัน “ไม่ให้เกิดความผิดพลาดและผลกระทบอันเลวร้ายเหมือนในอดีตซ้ำอีก”
สว.พอลอ้างว่า สถาบันของดร.เฟาชีให้เงินทุนสนับสนุนการวิจัยไวรัสที่มีความเสี่ยงสูงในจีน ซึ่งเป็นต้นเหตุให้เกิดการแพร่ระบาดใหญ่จากการรั่วไหลของห้องปฏิบัติการทดลองที่นั่น ขณะที่ดร.เฟาชีและสถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐฯ (NIH) ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยระบุว่าไวรัสที่ศึกษาด้วยเงินทุนสนับสนุนของสหรัฐฯ เป็นคนละสายพันธุ์กับไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคโควิด-19
ขณะเดียวกัน หน่วยงานข่าวกรองและนักวิทยาศาสตร์ของสหรัฐฯ ยังคงมีความเห็นไม่ตรงกันว่า การแพร่ระบาดใหญ่เกิดจากการรั่วไหลจากห้องทดลองหรือเกิดจากเชื้อที่แพร่กระจายตามธรรมชาติจากสัตว์กันแน่
ก่อนหน้านี้ อดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน ได้อภัยโทษล่วงหน้าให้แก่ดร.เฟาชีไปแล้วเมื่อเดือนม.ค. 2568 เพื่อป้องกันการดำเนินคดีที่ไม่เป็นธรรมและมีมูลเหตุจูงใจทางการเมืองเกี่ยวกับการรับมือโควิด อย่างไรก็ตาม การอภัยโทษดังกล่าวมิได้ครอบคลุมถึงการกระทำที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น
สว.พอลแย้งว่า ดร.เฟาชีไม่มีสิทธิ์อ้าง Fifth Amendment แล้ว เนื่องจากผลของการอภัยโทษได้ลบล้างสิทธิ์ดังกล่าวไป อีกทั้งดร.เฟาชีได้สละสิทธิ์การคุ้มครองนี้ไปแล้วจากการยอมขึ้นให้การก่อนหน้านี้
อย่างไรก็ดี สแตนลีย์ แบรนด์ ทนายความผู้เชี่ยวชาญด้านการสอบสวนของรัฐสภา ชี้ว่า การที่สว.พอลข้ามขั้นตอนการลงมติของวุฒิสภาชุดใหญ่อาจทำให้การยื่นเรื่องนี้กลายเป็นโมฆะ
โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์





