ฮูตีถล่มซาอุฯ พลเรือนเจ็บ 11 ราย ริยาดเตือนภัย หวั่นมุ่งเป้าอินฟราฯ พลังงาน-ท่าเรือ-สนามบิน

เจ้าหน้าที่ทหารรายหนึ่งเปิดเผยว่า เหตุกลุ่มฮูตีในเยเมนโจมตีทางตอนใต้ของซาอุดีอาระเบียเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (6 ส.ค.) ส่งผลให้พลเรือนได้รับบาดเจ็บ 11 ราย ขณะที่ทางการซาอุฯ ออกมาระบุว่า การโจมตีแบบประสานงานโดยกลุ่มฮูตีและกองกำลังติดอาวุธในอิรักที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านอาจเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้

พลตรีเตอร์กี อัล-มาลิกี โฆษกกองกำลังผสมทางทหารนำโดยซาอุดีอาระเบีย ซึ่งให้การสนับสนุนรัฐบาลเยเมนที่ได้รับการยอมรับจากประชาคมระหว่างประเทศ แถลงเมื่อช่วงเช้าวันนี้ (7 ส.ค.) ว่า เหตุโจมตีในแคว้นนัจญ์รอนทางตอนใต้ ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นชาวซาอุฯ 7 ราย, ชาวเยเมน 1 ราย, ชาวอียิปต์ 2 ราย และชาวปากีสถาน 1 ราย โดยในบรรดาผู้ได้รับบาดเจ็บ มีเด็กวัย 4 ขวบรวมอยู่ด้วย ซึ่งได้รับบาดเจ็บมีแผลไหม้ระดับสอง

พลตรีอัล-มาลิกี กล่าวหากลุ่มฮูตีที่มีความเชื่อมโยงกับอิหร่านว่า ยิงถล่มพื้นที่พลเรือนอย่างไม่เลือกหน้า ซึ่งเป็นการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ พร้อมยืนยันว่ากองกำลังผสมจะยังคงดำเนินมาตรการที่จำเป็นทั้งหมดเพื่อปกป้องพลเรือน

ด้านเจ้าหน้าที่ระดับสูงของซาอุดีอาระเบียรายหนึ่ง ซึ่งไม่ประสงค์ออกนาม เปิดเผยว่า ข้อมูลข่าวกรองจากซาอุฯ สหรัฐอเมริกา และประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง ระบุว่า กลุ่มฮูตีและกองกำลังติดอาวุธในอิรักภายใต้การกำกับดูแลของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) อาจเปิดฉากการโจมตีแบบประสานงานในเร็ว ๆ นี้ โดยมุ่งเป้าไปยังพื้นที่พลเรือนในซาอุฯ ซึ่งรวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ท่าเรือ และสนามบิน

โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/กัลยาณี ชีวะพานิช