ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดลบในวันนี้ (7 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนขายทำกำไรหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ อย่างไรก็ดี ตลาดลดช่วงลบในช่วงบ่าย หลังได้แรงช้อนซื้อหุ้นถูกในกลุ่มอุตสาหกรรมอื่น ๆ ประกอบกับแรงซื้อคืนในกลุ่มเทคฯ หลังจากบางบริษัทเปิดเผยผลประกอบการที่แข็งแกร่งระหว่างวัน
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิ [NIKKEI.X] ปิดที่ระดับ 65,606.71 จุด ลดลง 76.55 จุด หรือ -0.12%
หุ้นที่ปรับตัวขึ้นนำโดยกลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำมันและถ่านหิน รวมถึงกลุ่มผลิตภัณฑ์ยาง ส่วนหุ้นที่ปรับตัวลดลง ได้แก่ กลุ่มก่อสร้างและกลุ่มสินเชื่อเพื่อการบริโภค
ดัชนีนิกเกอิปรับตัวลงในภาคเช้า เนื่องจากนักลงทุนเห็นว่าไม่มีปัจจัยชี้นำการซื้อขายที่สำคัญในระยะใกล้ หลังสิ้นสุดการรายงานผลประกอบการของบริษัทขนาดใหญ่ ขณะเดียวกัน สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) [WTI.X] ที่ปรับตัวสูงขึ้นเหนือระดับ 75 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ก็ส่งผลกดดันบรรยากาศการลงทุนอีกทางหนึ่ง
นอกจากนี้ รายงานจากสื่ออิหร่านระบุว่า เรือของสหรัฐฯ และอิสราเอลจะถูกปิดกั้นไม่ให้แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซตามเงื่อนไขในร่างแผนการ ส่งผลให้การกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซเผชิญความไม่แน่นอนอีกครั้ง
ขณะเดียวกัน โบรกเกอร์ระบุว่า นักลงทุนได้ขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเพื่อไปเข้าซื้อหุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมอื่น ๆ ซึ่งช่วยพยุงดัชนีในภาพรวมเอาไว้ พร้อมเสริมว่า นักลงทุนเริ่มปรับตัวและคุ้นชินกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาในตะวันออกกลางแล้ว
มาซาฮิโระ อิจิกาวะ หัวหน้านักกลยุทธ์ตลาดจากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ซูมิโตโม มิตซุย ดีเอส กล่าวว่า “นักลงทุนมีการหมุนเวียนกระแสเงินทุน หรือสับเปลี่ยนเงินหมุนเวียนไปมาระหว่างกลุ่มอุตสาหกรรมต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น”
ตลาดหุ้นโตเกียวได้รับแรงหนุนในภาคบ่ายจากการเข้าซื้อคืนหุ้นที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเซมิคอนดักเตอร์ หลังจากบริษัท Fujikura Ltd. ผู้จัดหาสายเคเบิลรายใหญ่สำหรับศูนย์ข้อมูล AI ได้รายงานผลประกอบการ โดยปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์ผลการดำเนินงานประจำปีงบการเงินนี้
โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์





