
เอสเค ไฮนิกซ์ (SK hynix) ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ของเกาหลีใต้ เปิดเผยในวันนี้ (7 ส.ค.) ว่า บริษัทจะลงทุนมูลค่า 54 ล้านล้านวอน (3.81 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อสร้างโรงงานผลิตชิปหน่วยความจำแห่งใหม่จำนวน 2 แห่ง ในขณะที่ความต้องการส่วนประกอบสำคัญสำหรับเทคโนโลยี AI ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง
เอสเค ไฮนิกซ์ ประกาศแผนการลงทุนมูลค่า 3.52 หมื่นล้านวอน สำหรับโรงงานผลิตชิปในเมืองยงอิน ที่มีชื่อเรียกว่า “Y2” และลงทุนอีก 1.91 หมื่นล้านวอน สำหรับโรงงานในเมืองชองจู ที่มีชื่อเรียกว่า “M17”
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางราคาชิปความจำที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งได้รับแรงหนุนจากภาวะอุปทานขาดแคลนและอุปสงค์มหาศาลจากบริษัทที่กำลังสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI เช่น ศูนย์ข้อมูล (Data Center) รวมถึงบริษัทผู้ผลิตชิปอย่างอินวิเดีย (Nvidia) ที่มีความต้องการชิปความจำแบนด์วิดท์สูง (HBM) ในปริมาณมาก
ราคาชิปความจำที่พุ่งสูงขึ้นส่งผลให้ราคาหุ้นของบรรดาผู้ผลิตรายใหญ่ ได้แก่ เอสเค ไฮนิกซ์, ซัมซุง (Samsung) และไมครอน (Micron) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างแข็งแกร่ง เนื่องจากนักลงทุนเชื่อว่า ภาวะความไม่สมดุลระหว่างอุปทานกับอุปสงค์จะยังคงดำเนินต่อไปอีกระยะหนึ่ง
โรงงานยงอิน Y2 ถือเป็นโรงงานแห่งที่สองจากทั้งหมดสี่แห่งที่เอสเค ไฮนิกซ์ วางแผนไว้ในโครงการยงอิน เซมิคอนดักเตอร์ คลัสเตอร์ (Yongin Semiconductor Cluster) โดยบริษัทระบุว่า โรงงานแห่งนี้จะทำหน้าที่เป็นฐานการผลิตชิป DRAM ซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการอย่างมาก ทั้งนี้ เอสเค ไฮนิกซ์จะเริ่มต้นการก่อสร้างในเดือนก.ค. 2570 โดยมีเป้าหมายเปิดใช้งานห้องปลอดเชื้อ (cleanroom) แห่งแรกในเดือนมิ.ย. 2572 เพื่อผลิตชิป HBM และผลิตภัณฑ์ DRAM รุ่นใหม่
ทั้งนี้ ห้องปลอดเชื้อคือสภาพแวดล้อมที่ได้รับการควบคุมสิ่งปนเปื้อนเป็นพิเศษ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญอย่างยิ่งต่อกระบวนการผลิตชิป
ส่วนโรงงานในเมืองชองจูนั้น จะทำหน้าที่ผลิตชิปความจำ NAND ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทางบริษัทชี้ว่า “มีความต้องการพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว” โดยโรงงานชองจู M17 จะเริ่มก่อสร้างในเดือนก.พ. 2570 และพร้อมเปิดใช้งานห้องปลอดเชื้อแห่งแรกในเดือนธ.ค. 2571
เอสเค ไฮนิกซ์ ระบุในแถลงการณ์ว่า “ในยุค AI เช่นนี้ ความสามารถในการแข่งขันทางเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวนั้นยังไม่เพียงพอ และความสามารถในการจัดส่งสินค้าในปริมาณที่ต้องการ ณ เวลาที่ลูกค้าต้องการอย่างแม่นยำถือเป็นข้อได้เปรียบทางการแข่งขันขั้นสูงสุด” และ “เราได้ตัดสินใจลงทุนในครั้งนี้หลังจากพิจารณาอุปสงค์ของตลาดอย่างถี่ถ้วนแล้ว”
การลงทุนในครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนแม่บทของบริษัทที่ได้ประกาศไว้เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งภายใต้แผนดังกล่าว เอสเค ไฮนิกซ์ จะอัดฉีดงบประมาณรวม 600 ล้านล้านวอนในโครงการยงอิน เซมิคอนดักเตอร์ คลัสเตอร์ และอีก 100 ล้านล้านวอนเพื่อขยายฐานการผลิตในเมืองชองจู
โดย ตนุพัฒน์ ปิยะรัตน์/ปนัยดา ปัทมโกวิท





