บมจ. โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ [GPSC] รายงานผลประกอบการงวด 6 เดือนของปี 2569 มีกำไรสุทธิ 3,538 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนความแข็งแกร่งของธุรกิจโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก หรือ SPP โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการใช้ไฟฟ้าและไอน้ำของลูกค้าอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับผลการดำเนินงานที่ดีอย่างต่อเนื่องของโรงไฟฟ้าพลังน้ำใน สปป.ลาว และต้นทุนทางการเงินที่ลดลง พร้อมอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในอัตรา 0.55 บาทต่อหุ้น

นายวรวัฒน์ พิทยศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GPSC แกนนำนวัตกรรมธุรกิจไฟฟ้ากลุ่ม ปตท. เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนของปี 2569 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 3,538 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากผลการดำเนินงานของธุรกิจโรงไฟฟ้าผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก (SPP) ที่ปรับตัวดีขึ้น ตามความต้องการใช้ไฟฟ้าและไอน้ำของลูกค้าอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับต้นทุนเชื้อเพลิงที่ต่ำกว่าปีก่อนและจากการบริหารจัดการเชื้อเพลิงที่หลากหลาย รวมถึงผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี (XPCL) และโรงไฟฟ้าห้วยเหาะ (HHPC) ใน สปป.ลาว จากปริมาณน้ำที่อยู่ในระดับดีต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังคงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินลดลง
สำหรับผลประกอบการไตรมาสที่ 2/69 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 1,819 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากไตรมาสก่อน โดยได้รับแรงสนับสนุนจากผลการดำเนินงานหลัก ที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าเก็คโค่-วัน ที่กลับมาเดินเครื่องเต็มไตรมาสนี้ ภายหลังเสร็จสิ้นการหยุดซ่อมบำรุงตามแผนและการปรับปรุงประสิทธิภาพในไตรมาสที่ 1/69 ประกอบกับโรงไฟฟ้าโกลว์ ไอพีพี และโรงไฟฟ้าห้วยเหาะมีปริมาณจำหน่ายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นตามการเรียกรับไฟฟ้าของ กฟผ. ขณะเดียวกัน ธุรกิจโรงไฟฟ้าผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก (SPP) ได้รับแรงสนับสนุนจากความต้องการใช้ไฟฟ้าและไอน้ำของลูกค้าอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้นจากสถานการณ์การตลาดที่ดีขึ้น นอกจากนี้ ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้า ได้รับปัจจัยบวกจากผลการดำเนินงานของบริษัท อวาด้า เอนเนอร์ยี่ ไพรเวท จำกัด (AEPL) ตามปัจจัยฤดูกาล และการเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ของกำลังการผลิตใหม่ ส่งผลให้ ณ สิ้นไตรมาสที่ 2/69 มีกำลังการผลิตเชิงพาณิชย์ทั้งสิ้น 7,256 เมกะวัตต์
จากการดำเนินการ และกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งมาอย่างต่อเนื่อง ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 ในอัตรา 0.55 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผล (Record Date) ในวันที่ 20 ส.ค. 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 3 ก.ย. 2569 สะท้อนความแข็งแกร่งของฐานะทางการเงินและความมุ่งมั่นในการสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมแก่ผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ GPSC ยังคงเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน การบริหารพอร์ตการลงทุน และการขยายธุรกิจพลังงานสะอาดทั้งในและต่างประเทศ พร้อมเตรียมความพร้อมรองรับโอกาสจาก PDP ฉบับใหม่ โดยมุ่งต่อยอดศักยภาพโรงไฟฟ้าเดิม ทั้งการต่ออายุสัญญาและการยกระดับประสิทธิภาพการผลิต ควบคู่กับการพัฒนาโครงการพลังงานสะอาดและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากธุรกิจ Data Center และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการเติบโตในระยะยาว





