EXCLUSIVE: เปิดสูตรสำเร็จ MGC สู่ผู้นำ Mobility Ecosystem แสนล้าน

ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมยานยนต์โลก บมจ.มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) [MGC] ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงศักยภาพในการปรับตัวจากการเป็นผู้จำหน่ายรถยนต์สู่การเป็นผู้นำในระบบนิเวศทางธุรกิจที่ครบวงจร โดยมุ่งเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืนผ่านนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ สะท้อนจากผลประกอบการที่ส่งสัญญาณ Turn Around อย่างชัดเจนตั้งแต่ไตรมาส 4/67 ภายหลังจากการเริ่มขายรถยนต์ EV ค่ายจีน

Exclusive EP. นี้ นายสัณหวุฒิ ธรรมชวนวิริยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม MGC เปิดเผยกับ “อินโฟเควสท์” ว่า MGC-ASIA ดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด Lifestyle Mobility Ecosystem ที่ครอบคลุมทุกมิติของการเคลื่อนที่ ธุรกิจของบริษัทประกอบด้วยหลายส่วนที่เกื้อหนุนกัน ได้แก่:

  • การจำหน่ายรถยนต์ใหม่: ครอบคลุมทุก Segment ตั้งแต่ Ultra Luxury, Premium, Premium Mass ไปจนถึงกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (EV) จากจีน โดยเป็นตัวแทนนำเข้าและจำหน่าย แบรนด์ XPENG และ Zeekr
  • ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง: ประกอบด้วยรถยนต์มือสอง, บริการเช่ารถทั้งระยะสั้นและระยะยาว (Operating Lease) สำหรับองค์กร, ศูนย์ซ่อมบำรุงอิสระภายใต้แบรนด์ MMS Car Service
  • บริการทางการเงินและประกันภัย: การร่วมทุนกับ SCBX ในนาม Alpha X เพื่อให้บริการทางการเงิน และการเป็นพันธมิตรกับ Howden Group เพื่อให้บริการโบรกเกอร์ประกันภัย

จุดแข็งที่สำคัญคือ การรักษาสมดุลของ Portfolio โดยมีสัดส่วนรายได้จากการขายมากกว่า 70% และรายได้จากงานบริการรวมถึงรายได้ต่อเนื่อง (Recurring Income) ประมาณ 30% ซึ่งช่วยให้งบการเงินมีความมั่นคงและสามารถรับมือกับความผันผวนของตลาดได้ดี

เจาะเทรนด์รถยนต์ EV “ตัวธง” แห่งการเติบโต

ในปีนี้ รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ได้กลายเป็นหัวใจหลักในการสร้างรายได้ โดย MGC-ASIA มองว่าเป็น “เรือธง” ที่ดึงภาพรวมธุรกิจให้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ จากสถิติครึ่งปีแรกภาพรวมอุตสาหกรรมรถยนต์ EV มีการจดทะเบียนรถไปแล้วกว่า 100,000 คัน และคาดการณ์ว่าทั้งปีจะมียอดจดทะเบียนสูงถึง 200,000 คัน หรือคิดเป็น 30-35% ของตลาดรวม

MGC-ASIA ได้เข้าสู่ตลาดนี้อย่างเต็มตัวผ่านแบรนด์เทคโนโลยีระดับโลกอย่าง XPENG ซึ่งเป็น AI Smart Car และแบรนด์พรีเมียมอย่าง ZEEKR ซึ่งในตลาดรถยนต์ EV ที่มีการแข่งขันดุเดือด MGC ระบุว่าหากไม่มีผลิตภัณฑ์หรือเทคโนโลยีที่โดดเด่น การบริหารจัดการเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ดังนั้นการมีพันธมิตรที่แข็งแกร่งอย่าง XPENG และ ZEEKR จึงถือเป็น “จุดแข็ง” ที่ทำให้บริษัทมีความสามารถในการแข่งขันสูงกว่าคู่แข่ง

แนวโน้มและแผนการดำเนินงานในปีนี้ มุ่งสู่ Peak Record

MGC-ASIA ตั้งเป้าสร้างผลประกอบการระดับ Break Record ในปีนี้ โดยมีปัจจัยสนับสนุนสำคัญดังนี้:

  1. ยอดจองค้างส่ง (Backorder): บริษัทมียอดจองค้าง (Backorder) ของบริษัทฯ อยู่ในระดับสูงกว่า 2,000 คัน พร้อมเตรียมเร่งสปีดการเติบโตตั้งแต่ไตรมาส 2/69 และต่อเนื่องตลอดครึ่งปีหลัง
  2. การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่: แบรนด์ในเครือทั้ง XPENG, ZEEKR และ BMW เตรียมเปิดตัวรถรุ่นใหม่ต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีหลัง
  3. การฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว: ธุรกิจรถเช่ามีแนวโน้มเติบโตโดดเด่นตามจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น
  4. โครงการพิเศษ: บริษัทได้รับความไว้วางใจให้ดูแลยานพาหนะสำหรับการประชุมระดับโลกอย่าง  IMF-World Bank Group Annual Meetingsโดยใช้รถรุ่นพรีเมียม ซึ่งหลังจบงานจะถูกนำมาจำหน่ายเป็นรถผู้บริหารไมล์น้อยที่ Millennium Auto
  5. การขยายสาขา: มีแผนเปิดสาขาใหม่ในทุกภาค ตั้งแต่เดือนตุลาคมเป็นต้นไป เช่น อุดรธานี (อีสานตอนบน), โคราช และหาดใหญ่

วิสัยทัศน์ 3-5 ปีข้างหน้า: Lifestyle Community and Technology Ecosystem

ในอนาคต MGC-ASIA ไม่ได้มองตัวเองเพียงแค่คนขายรถ แต่ตั้งเป้าที่จะเป็น “Lifestyle Community and Technology Ecosystem” โดยกำลังศึกษาและเตรียมโครงสร้างเพื่อรองรับ 3 เทคโนโลยีเปลี่ยนโลก

  • Physical AI Robotic: หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์, หมาหุ่นยนต์ และ Robot as a Service ในภาคบริการ
  • Robot Taxi: เทคโนโลยีการขับเคลื่อนอัตโนมัติ (Autonomous)
  • Low Altitude Economy: ธุรกิจการบินระดับต่ำ เช่น โดรนหรือยานพาหนะลอยตัวในระดับต่ำกว่า 1 กิโลเมตร

โดย วรินทร ศิรินอก