ดาวโจนส์ร่วงกว่า 100 จุด ราคาน้ำมันพุ่งกดดันตลาด กังวลปิดฮอร์มุซ

ณ เวลา 20.52 น.ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] ลบ 121.25 จุด หรือ 0.22% สู่ระดับ 53,915.68 จุด

ราคาน้ำมันโลกพุ่งขึ้นกว่า 3% ในวันนี้ เนื่องจากนักลงทุนไม่มั่นใจว่าจะมีการบรรลุข้อตกลงเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซในเร็ว ๆ นี้

ทั้งนี้ อิหร่านระบุว่า กำลังเข้าใกล้การบรรลุข้อตกลงกับโอมานเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง แต่อิหร่านยังคงปฏิเสธการเจรจาโดยตรงกับสหรัฐ จนกว่าจะมีการปฏิบัติตามเงื่อนไขหลายประการ

สำนักข่าว Tasnim ซึ่งเป็นสื่อกึ่งทางการของอิหร่าน รายงานว่า นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า ไม่มีความเป็นไปได้ที่อิหร่านจะกลับมาเจรจากับสหรัฐอีกครั้ง ตราบใดที่สหรัฐยังคงละเมิดบันทึกความเข้าใจที่ลงนามในเดือนมิถุนายน และยังไม่ชดเชยต่อการละเมิดดังกล่าว

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ประกาศใช้มาตรการกดดันทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน แทนการใช้ปฏิบัติการทางทหาร

ทั้งนี้ หลังจากสงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่านดำเนินมานานกว่า 23 สัปดาห์ ปธน.ทรัมป์ก็ได้ส่งสัญญาณว่า เขาต้องการใช้วิธีกดดันเศรษฐกิจของอิหร่านมากกว่าที่จะกลับไปใช้ปฏิบัติการทางทหาร แม้ว่าเขาเคยเตือนเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าสหรัฐจะเปิดฉากถล่มอิหร่านครั้งใหญ่ หากการเจรจาสันติภาพประสบความล้มเหลว

“เรากำลังลดระดับการเจรจา” ปธน.ทรัมป์กล่าวกับสำนักข่าว Axios ในการให้สัมภาษณ์เมื่อวันอาทิตย์ เมื่อถูกถามถึงแนวทางของสหรัฐต่อการทำสงครามกับอิหร่าน

คำกล่าวนี้สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างสิ้นเชิงจากคำพูดของเขาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งในเวลานั้นเขากล่าวหาอิหร่านว่า “หลอกลวง” และให้ “โอกาสสุดท้าย” แก่อิหร่านในการทำข้อตกลง มิฉะนั้นอิหร่านจะต้องเผชิญกับการโจมตีครั้งใหญ่จากสหรัฐที่จะสร้างความเสียหายอย่างรุนแรง

ขณะนี้ ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า เขาต้องการโจมตีอิหร่านด้วยวิธีทางเศรษฐกิจแทน

เขากล่าวว่า อิหร่านกำลังอยู่ในสถานการณ์ทางการเงินที่ย่ำแย่มาก โดยอ้างถึงภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งสูง และความยากลำบากในการจ่ายเงินเดือนให้กับทหารของตนเอง พร้อมทั้งกล่าวชื่นชมการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐ ซึ่งดำเนินมาตั้งแต่เดือนเมษายนว่า มีส่วนทำให้แรงกดดันดังกล่าวเพิ่มขึ้น

“เราแค่กำลังเฝ้าดูอิหร่านที่กำลังเผชิญกับเงินเฟ้ออย่างหนัก และข้อเท็จจริงที่ว่าพวกเขาไม่มีเงิน” เขากล่าว

ด้านนายเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ ให้สัมภาษณ์กับฟ็อกซ์นิวส์ว่า “เรากำลังอยู่ในระหว่างเกม และเรากำลังใช้เครื่องมือหลากหลายรูปแบบ ทั้งทางการทูต เศรษฐกิจ และการทหาร เพื่อให้แน่ใจว่าเราจะได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดสำหรับประชาชนชาวอเมริกัน”

นักลงทุนจับตาตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐในสัปดาห์นี้เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยสหรัฐ

กระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค ประจำเดือนก.ค. ในวันพุธ

ทั้งนี้ ผลการสำรวจนักวิเคราะห์คาดว่า ดัชนี CPI ทั่วไป (Headline CPI) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 3.4% ในเดือนก.ค. จากระดับ 3.5% ในเดือนมิ.ย.

เมื่อเทียบรายเดือน คาดว่าดัชนี CPI ทั่วไป ปรับตัวขึ้น 0.1% ในเดือนก.ค. หลังจากปรับตัวลง 0.4% ในเดือนมิ.ย.

ส่วนดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน คาดว่าปรับตัวขึ้น 2.5% ในเดือนก.ค. เมื่อเทียบรายปี จากระดับ 2.6% ในเดือนมิ.ย.

เมื่อเทียบรายเดือน คาดว่าดัชนี CPI พื้นฐาน ปรับตัวขึ้น 0.2% ในเดือนก.ค. หลังจากปรับตัว 0.0% หรือไม่มีการเปลี่ยนแปลงในเดือนมิ.ย.

โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ