ภาวะตลาดหุ้นไทย:แนวโน้มดัชนีเช้าแกว่งไซด์เวย์ รับ Sentiment ตปท.กดดันหลังตอ.กลางยังไม่คืบ น้ำมันขึ้น-บอนด์ยีลด์พุ่ง

นักวิเคราะห์ฯ คาดตลาดหุ้นไทยเช้านี้แกว่งไซด์เวย์ รับ Sentiment ลบต่างประเทศ หลังสถานการณ์ตะวันออกกลางมีความไม่แน่นอนดันราคาน้ำมันปรับขึ้นและ บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ พุ่งแตะ 4.7% ขณะที่หุ้นไทยได้หุ้นกลุ่มพลังงานช่วยพยุง อย่างไรก็ตามวอลุ่มชะลอตัวก่อนหยุด ให้กรอบแนวรับ 1,620–1,606 จุด แนวต้าน 1,630–1,632 จุด

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุ ,IAA,CISA ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้  กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทย [SET.X] เช้านี้คาดดัชนีแกว่งไซด์เวย์ หลังเมื่อวานนี้ดัชนีปรับตัวขึ้นจาก DELTA นำตลาดเพียงตัวเดียว ขณะที่บรรยากาศการลงทุนในภาพรวมมี Sentiment เป็นลบเล็กน้อย จากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่กลับมากดดัน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้น และดันให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (บอนด์ยีลด์) อายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 4.7% ซึ่งอาจปัจจัยกดดันบรรยากาศการลงทุนในวันนี้

อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นไทยยังมีปัจจัยบวกจากหุ้นกลุ่มพลังงานที่จะได้รับอานิสงส์ตามทิศทางราคาน้ำมันดิบเข้ามาช่วยประคองดัชนีไว้ ขณะเดียวกัน นักลงทุนส่วนใหญ่มีแนวโน้มชะลอการลงทุน รอติดตามการทยอยประกาศผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน รวมถึงเป็นการชะลอการลงทุนก่อนเข้าสู่วันหยุดวันพรุ่งนี้เนื่องในวันแม่ สะท้อนได้จากมูลค่าการซื้อขายในตลาดที่ชะลอตัวลงต่อเนื่องตั้งแต่ปลายสัปดาห์ก่อน ส่วนนักลงทุนต่างชาติยังคงมีแรงขายสลับออกมาเล็กน้อยในลักษณะของการปรับพอร์ตการลงทุน

สำหรับความเคลื่อนไหวของหุ้น DELTA ที่ปรับตัวขึ้นแรงในวันก่อนหน้า จนส่งผลต่อดัชนี SET ถึง 17 จุดนั้น หากตัด DELTA ออก ภาพรวมตลาดวันก่อนถือว่าปรับตัวลดลง มองว่าหุ้น DELTA วันนี้มีความเสี่ยงที่จะพักตัวหรือแกว่งทรงตัวถึงอ่อนตัวลงเล็กน้อย เนื่องจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในต่างประเทศเริ่มมีแรงขายทำกำไรออกมา หลังจากที่ก่อนหน้านี้ DELTA ไทยได้รับปัจจัยหนุนจากรายงานยอดขายที่ดีของ DELTA ไต้หวัน 

ประเมินแนวรับไว้ที่ 1,620 จุด แนวรับถัดไป 1,606 จุด และแนวต้าน 1,630 – 1,632 จุด

*ประเด็นพิจารณาการลงทุน

– ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (10 ส..ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] ปิดที่ 53,975.98 จุด ลดลง 60.95 จุด หรือ -0.11%   , ดัชนี S&P500 [SP500.X] ปิดที่ 7,753.11 จุด ลดลง 4.53 จุด หรือ -0.06%  และดัชนี Nasdaq [NASDAQ.X] ปิดที่ 26,605.36 จุด ลดลง 85.26 จุด หรือ -0.32% 

– ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้เปิดเช้านี้  ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 25,998.59 จุด เพิ่มขึ้น 61.10 จุด หรือ +0.24%,  ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต [SSE.X] ตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 3,950.71 จุด ลดลง 15.88 จุด หรือ -0.40%, ดัชนี KOSPI [KOSPI.X] ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ลดลง 1.02% ส่วนตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดทำการวันนี้ เนื่องในวันภูเขา (Mountain Day)

– ตลาดหุ้นไทย [SET.X] ปิดล่าสุด (10 ส.ค. ) 1,624.36 จุด เพิ่มขึ้น 12.36 จุด (+0.77%) มูลค่าซื้อขาย 61,741.00  ล้านบาท

– นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ (10  ส.ค.) 74.25  ล้านบาท

–  ราคาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ส่งมอบเดือน ก.ย.. (10  ส.ค.)เพิ่มขึ้น 3.95 ดอลลาร์ หรือ 5.05% ปิดที่ 82.13 ดอลลาร์/บาร์เรล 

– ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (10 ส.ค.) อยู่ที่ 26.54 ดอลลาร์/บาร์เรล

– เงินบาทเปิด 32.98/99 ทรงตัว ตลาดรอปัจจัยใหม่ จับตาตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯพรุ่งนี้ 

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ โพสต์ข้อความบน Truth Social ในวันนี้ ระบุว่า ตามที่อิหร่านเรียกร้องค่าชดเชยจากสหรัฐสำหรับความเสียหายที่เกิดจากการทำสงครามในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา สหรัฐก็จะเรียกร้องให้อิหร่านจ่ายค่าชดเชยเช่นเดียวกันสำหรับการที่รัฐบาลอิหร่านได้สังหารประชาชนที่บริสุทธิ์ซึ่งได้ออกมาทำการประท้วงรัฐบาลในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา รวมทั้งครอบครัวของผู้เสียชีวิตจากเหตุโจมตีเรือ USS Cole และผู้เสียชีวิตอีกหลายพันคนจากการสู้รบกับอิหร่าน  

ธปท. ส่งสัญญาณเศรษฐกิจไทยครึ่งหลังปี 69 รับแรงส่งงบรัฐท่องเที่ยว เล็งปรับขึ้น GDP 26 ส.ค.นี้ ด้านคลังเห็นพ้อง GDP ไทยฟื้น “เอกนิติ” จ่อรื้อโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่รองรับอนาคต ดันใช้อินฟราฟันด์ระดมทุนขยายไฟสะอาด ขณะที่กองทุนโลกยังมองไทยเป็น Safe Haven 

“คลัง” เผยแนวทางเบื้องต้นโครงการอุดหนุนติดตั้ง Solar Rooftop รัฐช่วยสูงสุด 5 หมื่นบาทต่อครัวเรือน มุ่งกลุ่มใช้ไฟเดือนละ 3 พันบาทขึ้นไป คาดใช้เงิน พ.ร.ก.กู้เงิน 5-6 หมื่นล้านบาท เริ่มคาดเปิดโครงการได้เดือนกันยายน ด้าน AKR ชี้หากเดินหน้าหนุน “ยอดขายแผง-งานติดตั้ง” โต เดินหน้าประมูลงานใหม่ครึ่งหลัง 500-600 ล้านบาท 

“ศุภจี” ตั้งคณะทำงาน 4 ชุด เร่งแก้ปัญหาเฉพาะหน้าและวางรากฐานการเติบโตระยะยาว ตั้งเป้า 2 เฟส เห็นผลใน 6-12 เดือน ตั้งเป้าเชื่อมผู้ประกอบการไทยเข้าซัปพลายเชนโลกเพิ่มเศรษฐกิจสรางสรรค์ ดันการค้าระหว่างประเทศในภาวะโลกผันผวน ตั้ง “วีระศักดิ์-กอบศักดิ์” คุมคณะทำงานรายงานผลที่ประชุมทุกเดือน 

– ธปท. เปิดเฮียริ่ง “ธุรกรรมเงินสด” ปิดความเสี่ยงการใช้เงินสดเป็นช่องทางเคลื่อนย้าย ซุกซ่อน หรือ แปรสภาพเงิน และทรัพย์สินที่มาจากกระทำความผิด จ่อบังคับยืนยันตัวตนทุกครั้ง สั่งสแกนเข้มฝาก-ถอน-แลกเงิน 5 ล้านขึ้นไป 

– “อนุทิน” ลั่น! ทนไม่ได้เห็นประชาชนกู้นอกระบบจนเสียบ้าน-ที่ดิน สั่งลุย “ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง” อัดฉีดงบ 4,452 ล้านบาท ปูพรม 7.9 หมื่นกองทุนทั่วประเทศ รัฐช่วยจ่ายดอกเบี้ย 50% ต่อลมหายใจเศรษฐกิจฐานราก ด้านท่องเที่ยวดันสุดลิ่ม “ไทยเที่ยวไทยพลัส” รัฐร่วมจ่าย คาดเริ่ม ต.ค.นี้ 

– อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในช่วง 6 เดือนของปี 2569 (ม.ค.-มิ.ย.) การค้าระหว่างไทยกับประเทศคู่ FTA ได้แก่ อาเซียน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย เปรู และชิลี มีมูลค่า 243,669 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 21.8% คิดเป็นสัดส่วน 57.3% ของการค้าไทยกับโลก โดยไทยส่งออกไปประเทศคู่ FTA มูลค่า 105,494 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 12.6% และนำเข้าจากประเทศคู่ FTA มูลค่า 138,175 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 30% 

*หุ้นเด่นวันนี้

-WHAUP (ฟินันเซีย ไซรัส) “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 8.60 บาท กำไรสุทธิ ไตรมาส 2/69 ออกมาที่ 532 ลบ. +75% q-q, +276% y-y ดีกว่าเราและตลาดคาด 8%/18% และสูงสุดในรอบ 28 ไตรมาส หนุนจาก GHECO-1 กลับมาเดินเครื่องเต็มไตรมาส, โรงไฟฟ้าห้วยเหาะดีขึ้น และธุรกิจน้ำโต  คาดแนวโน้มกำไรไตรมาส 3/69  ชะลอ q-q จาก Capacity Charge เลื่อนรับรู้ไปไตรมาส 4/69  และ SPP margin ถูกกดดันจากต้นทุนก๊าซสูง คงประมาณการกำไรปี 2026 +52% y-y ยังเป็นหนึ่งใน Top Pick กลุ่มโรงไฟฟ้าและได้ประโยชน์สูงจาก Theme Data Center

-CENTEL (กสิกรไทย) ราคาพื้นฐาน 38.24 บาท กำไรปกติไตรมาส 2/69 ที่ 176 ลบ. (+69%YoY, -84% QoQ)  สูงกว่าคาด 67% จากผลขาดทุนธุรกิจโรงแรมที่ต่ำกว่าคาด ขณะที่ธุรกิจโรงแรมและอาหารดีขึ้น YoY ธุรกิจโรงแรมขาดทุนลดลง 42%YoY  ขณะที่ธุรกิจอาหารมีกำไรปกติ 228 ลบ. (+18% YoY) แม้ SSSG ทรงตัว โดย TSS เพิ่มขึ้น 2%YoY คงคำแนะนำ Outperform ราคาเป้าหมาย 38.24 บาท มี Upside ต่อประมาณการกำไรทั้งปี หลัง 1H26 ทำได้แล้ว 68% ของประมาณการ 

-BBL (พาย) ราคาเป้าหมาย 213 บาท แม้คาดกำไรในปี 2569 จะปรับลดลง แต่คาด BBL สามารถจ่ายเงินปันผลเท่าเดิมที่ 10 บาท เพราะมีฐานเงินกองทุนที่แข็งแกร่ง 

โดย วรินทร ศิรินอก/รัชดา คงขุนเทียน