Shein พับแผนย้ายไปเวียดนาม สั่งปลดพนักงาน-ถอยกลับจีน รับมือภาษีสหรัฐฯ และต้นทุนพุ่ง

ชีอิน (Shein) ยักษ์ใหญ่วงการฟาสต์แฟชั่น ได้ลดขนาดการดำเนินงานในเวียดนาม ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณล้มเลิกแผนการย้ายฐานการผลิตออกจากจีน อันเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าและอุปสรรคด้านการบริหารจัดการเข้ามาแทรกแซงจนแผนการขยายธุรกิจต้องสะดุดลง

สำนักข่าวต่างประเทศหลายแห่งรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวของรอยเตอร์ว่า เพียงปีกว่าหลังจากที่ชีอินทุ่มเงินเช่าคลังสินค้าเนื้อที่กว่า 15 เฮกตาร์ ใกล้นครโฮจิมินห์เพื่อใช้เป็นฐานการส่งออกหลัก ขณะนี้ชีอินได้ลดพื้นที่การทำงานลงเหลือเพียง 6 เฮกตาร์ หรือไม่ถึงครึ่งของพื้นที่เดิม ทั้งยังเดินหน้าเลิกจ้างพนักงานจำนวนมาก

ทั้งนี้ ชีอินได้เริ่มย้ายฐานมาเวียดนามในช่วงปลายปี 2567 โดยมีวัตถุประสงค์หลัก ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ที่จัดเก็บจากจีนสูงขึ้น และเพื่อรับมือกับการยกเลิกมาตรการข้อยกเว้นภาษีขั้นต่ำ (de minimis exemption) ของสหรัฐฯ ที่เคยอนุญาตให้พัสดุที่มีมูลค่าต่ำกว่า 800 ดอลลาร์สหรัฐ นำเข้าได้โดยไม่ต้องเสียภาษีศุลกากร

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งผลกระทบต่อทั้งจีนและเวียดนาม ทำให้ความต่างของต้นทุนที่เคยเป็นจุดเด่นนั้นหายไปในทันที และทำให้การตั้งฐานการผลิตในต่างประเทศไม่คุ้มค่าอีกต่อไป

นอกเหนือจากเรื่องภาษีแล้ว ชีอินยังประสบปัญหาในการนำโมเดลการผลิตแบบเน้นความรวดเร็วและกำไรต่อชิ้นมาใช้นอกประเทศจีน โดยซัพพลายเออร์จีนหลายรายเผชิญกับความยากลำบากในการหาแรงงานเวียดนามที่ยินดีทำงานหนักแต่ได้ค่าตอบแทนไม่คุ้มค่าเหนื่อย

รายงานข่าวยังระบุด้วยว่า เวียดนามยังขาดความหนาแน่นทางอุตสาหกรรมเมื่อเทียบกับเมืองกวางโจวของจีน ซึ่งมีเครือข่ายซัพพลายเออร์รวมตัวกันอย่างหนาแน่นจนสามารถผลิตตามคำสั่งซื้อเพียงไม่กี่สิบชิ้นให้เสร็จได้ภายในไม่กี่วัน โดยมีอัตรากำไรเพียงชิ้นละ 1 หยวน นอกเหนือจากปัญหาด้านโลจิสติกส์แล้ว ชีอินยังเจอแรงกดดันภายในประเทศด้วย โดยเจ้าหน้าที่จีนในมณฑลกวางตุ้งเคยเตือนไม่ให้ชีอินย้ายคำสั่งซื้อจำนวนมากออกจากระบบเศรษฐกิจของภูมิภาค

การถอยทัพกลับมาปักหลักในจีนครั้งนี้เกิดขึ้นในขณะที่ชีอินกำลังเดินหน้าดันบริษัทฯ เข้าเสนอขายหุ้นใหม่แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ในตลาดหุ้นฮ่องกง หลังเผชิญอุปสรรคในการจดทะเบียนในนิวยอร์กและลอนดอน โดยตั้งเป้ามูลค่ากิจการไว้ที่ 3-4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และอาจเปิดขายหุ้นได้เร็วที่สุดในช่วงกลางเดือนส.ค.นี้

รายงานข่าวเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาระบุว่า ชีอินเริ่มพบปะนักลงทุนก่อนการเสนอขายหุ้นตั้งแต่เมื่อสัปดาห์ก่อนหน้า โดยการเสนอขายหุ้นอาจเริ่มขึ้นในช่วงกลางถึงปลายเดือนนี้ อย่างไรก็ตาม ทั้งช่วงเวลาการเปิดขายหุ้นและมูลค่ากิจการที่ตั้งเป้าไว้ยังไม่ใช่ข้อสรุปสุดท้าย และอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามกระแสตอบรับจากการพบปะนักลงทุน

เป้าหมายมูลค่ากิจการที่ 3-4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งยังไม่เคยมีการรายงานมาก่อน ถือว่าลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับมูลค่ากิจการ 9.82 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2565 รวมถึงมูลค่ากิจการ 6.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐที่บริษัทฯ ได้รับการประเมินในการระดมทุนจากนักลงทุนเอกชนเมื่อปี 2566 และอีกครั้งในเดือนเม.ย. 2567 ซึ่งสะท้อนถึงความท้าทายทางธุรกิจที่เพิ่มขึ้น

โดย กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์/กัลยาณี ชีวะพานิช