IAEA เตรียมขนย้ายวัสดุนิวเคลียร์ออกจากซีเรีย ตัดวงจรความเสี่ยง “เดอร์ตี้บอมบ์”

สหรัฐอเมริกาทำหน้าที่เป็นตัวกลางเจรจาในการบรรลุข้อตกลงขนย้ายวัสดุนิวเคลียร์ออกจากสถานที่ลับแห่งหนึ่งในประเทศซีเรีย ภายใต้ความเข้าใจร่วมกันระหว่างซีเรีย อิสราเอล และทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA)

สำนักข่าว Axios รายงานว่า IAEA ซึ่งเป็นหน่วยงานเฝ้าระวังด้านนิวเคลียร์แห่งสหประชาชาติ (UN) จะดำเนินการขนย้ายวัสดุนิวเคลียร์ที่จัดเก็บไว้ ณ “ไซต์ 99” (Site 99) ตามข้อตกลงที่ผลักดันโดยรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หลังกระบวนการเจรจาดำเนินมายาวนานหลายเดือน

วัสดุที่ IAEA เตรียมขนย้ายนั้นเป็นสิ่งที่หลงเหลือมาจากโครงการนิวเคลียร์ของบาชาร์ อัล-อัสซาด อดีตผู้นำเผด็จการซีเรียที่ถูกโค่นอำนาจ ซึ่งเสี่ยงต่อการถูกนำไปใช้สร้าง “ระเบิดกัมมันตรังสี” หรือ “เดอร์ตี้บอมบ์” (Dirty Bomb)

ทั้งนี้ อิสราเอลได้ทิ้งระเบิดถล่มเตาปฏิกรณ์อัล-คิบาร์ (Al-Kibar) ของซีเรีย และทำลายโครงการนิวเคลียร์ส่วนใหญ่ของอัสซาดเมื่อปี 2550 อย่างไรก็ตาม ยังคงมีวัสดุนิวเคลียร์บางส่วนหลงเหลืออยู่ในสถานที่ที่ไม่ได้เปิดใช้งานแล้ว

หนึ่งในอาคารสิ่งปลูกสร้างที่อิสราเอลจับตาและให้ความสนใจมากที่สุดคือ “ไซต์ 99” สถานที่จัดเก็บสารเคมีที่เรียกว่า “เค้กเหลือง” (Yellowcake) ซึ่งเป็นผงที่ได้จากการสกัดแร่ยูเรเนียม สามารถนำไปแปรรูปและเข้าสู่กระบวนการเสริมสมรรถนะต่อได้ แม้ตัวมันเองจะไม่สามารถนำมาทำเป็นระเบิดนิวเคลียร์ได้โดยตรง แต่ก็สามารถนำไปใช้เป็นส่วนประกอบของเดอร์ตี้บอมบ์ได้ ด้วยการนำวัตถุระเบิดแบบดั้งเดิมมาผสมกับสารกัมมันตรังสี เพื่อแพร่กระจายการปนเปื้อนรัศมีกว้างและสร้างความเสียหายสูงสุดจากแรงระเบิด

ข้อตกลงลับครั้งนี้เป็นความเข้าใจร่วมกันระหว่าง 3 ฝ่าย ได้แก่ ซีเรีย อิสราเอล และ IAEA โดยมีรัฐบาลทรัมป์เข้ามาทำหน้าที่เป็นตัวกลางเจรจาเพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์ลุกลามเป็นความขัดแย้งรอบใหม่ในภูมิภาค เนื่องจากอิสราเอลเคยพิจารณาที่จะเปิดฉากโจมตีสถานที่แห่งนี้ซ้ำอีกครั้ง และยังคงสงสัยในท่าทีของตุรกีเกี่ยวกับเรื่องนี้

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่รัฐบาลชุดใหม่ของซีเรียภายใต้การนำของประธานาธิบดีอาเหม็ด อัล-ชารา กำลังเดินหน้านโยบายทางการทูตเพื่อเร่งผูกมิตรกับชาติตะวันตกและฟื้นฟูสถานะของประเทศบนเวทีโลก หลังจากเผชิญสงครามกลางเมืองนานกว่า 15 ปี แม้ทรัมป์จะเคยพบกับอัล-ชารา และดูเหมือนจะมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน แต่อิสราเอลยังคงมองผู้นำซีเรียคนใหม่ด้วยความระแวง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการที่เขามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับตุรกี ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนหลักในการรุกรานเพื่อโค่นล้มอัล-อัสซาดเมื่อช่วงปลายปี 2567

โดย ตนุพัฒน์ ปิยะรัตน์/ปนัยดา ปัทมโกวิท