ครม. เห็นชอบแผนหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ ไทย-ออสเตรเลีย, ไทย-นิวซีแลนด์ นายกฯ บินลงนาม 17-21 ส.ค.

น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบร่างแผนปฏิบัติการร่วม ว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างไทยกับออสเตรเลีย ค.ศ. 2026–2029 เพื่อเป็นกรอบขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่างสองประเทศในระยะ 4 ปี พร้อมเห็นชอบร่างแถลงการณ์ร่วมอีก 2 ฉบับ ว่าด้วยการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ และการกระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะเป็นผลลัพธ์สำคัญจากการเยือนออสเตรเลียอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรี ระหว่างวันที่ 17–20 สิงหาคม 2569

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า แผนปฏิบัติการร่วมฉบับใหม่นี้ เป็นการสานต่อความร่วมมือ ภายหลังแผนฉบับ ค.ศ. 2022–2025 สิ้นสุดลง โดยครอบคลุมความร่วมมือ 5 ด้านหลัก ได้แก่ 1.ด้านการเมืองและความมั่นคง 2.ด้านเศรษฐกิจและการค้า 3.ความร่วมมือรายสาขา 4.ความเชื่อมโยงระดับประชาชน 5.ความร่วมมือระดับภูมิภาคและอนุภูมิภาค

โดยในด้านการเมืองและความมั่นคง จะครอบคลุมทั้งความร่วมมือด้านกลาโหม ความมั่นคงรูปแบบใหม่ ธรรมาภิบาล และเทคโนโลยีสำคัญ ขณะที่ความร่วมมือรายสาขา จะขยายไปสู่เกษตร การศึกษา การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พลังงาน โครงสร้างพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และนวัตกรรม สาธารณสุข สิ่งแวดล้อม การบริหารจัดการภัยพิบัติ ความเท่าเทียมทางเพศ และสวัสดิการสังคม

* เห็นชอบร่างแถลงการณ์ร่วมไทย-ออสเตรเลีย 2 ฉบับ

1. ร่างแถลงการณ์ร่วมว่าด้วยอาชญากรรมข้ามชาติ ไทยและออสเตรเลีย จะยืนยันเจตนารมณ์ร่วมกันในการเสริมสร้างภูมิภาคอินโด–แปซิฟิกที่สงบสุขและมั่นคง พร้อมกระชับความร่วมมือในการรับมือภัยอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะการหลอกลวงออนไลน์ ยาเสพติด การค้ามนุษย์ และการฟอกเงิน ผ่านการประสานงานระหว่างหน่วยงานของทั้งสองประเทศและความร่วมมือภายใต้กรอบอาเซียน

2. ร่างแถลงการณ์ร่วมว่าด้วยการกระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจ จะมุ่งส่งเสริมการเติบโตและความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เสริมสร้างห่วงโซ่อุปทานที่มีความยืดหยุ่น รองรับความผันผวนของเศรษฐกิจโลก สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด และส่งเสริมระบบการค้าพหุภาคีที่เข้มแข็ง

* ไฟเขียวปฏิญญาหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ไทย-นิวซีแลนด์

น.ส.ลลิดา กล่าวด้วยว่า คณะรัฐมนตรี ยังได้เห็นชอบร่างปฏิญญาร่วม ว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ระหว่างราชอาณาจักรไทยกับนิวซีแลนด์ เพื่อกำหนดทิศทางและยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศให้ใกล้ชิด และเป็นรูปธรรมมากขึ้น ครอบคลุมทั้งด้านการเมืองและความมั่นคง เศรษฐกิจ การค้าและนวัตกรรม ความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน ตลอดจนความร่วมมือระดับภูมิภาคและพหุภาคี

ปฏิญญาร่วมดังกล่าว มีกำหนดลงนามในช่วงการเยือนนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรี ในระหว่างวันที่ 20–21 สิงหาคม 2569 ซึ่งจะเป็นกรอบสำคัญ ต่อยอดจากแผนปฏิบัติการร่วมของความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ไทย–นิวซีแลนด์ ค.ศ. 2026–2030 ที่ทั้งสองฝ่ายได้เคยลงนามร่วมกันไว้ เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568

สาระสำคัญของความร่วมมือแบ่งเป็น 4 เสาหลัก ดังนี้

1. ด้านการเมืองและความมั่นคง ทั้งสองประเทศจะส่งเสริมการหารือระดับสูงและความร่วมมือด้านกลาโหม รวมถึงร่วมรับมือความท้าทายด้านความมั่นคงรูปแบบใหม่ ตลอดจนปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ การค้ามนุษย์ และการค้ายาเสพติดผ่านกลไกทั้งทวิภาคีและพหุภาคี

2. ด้านเศรษฐกิจ การค้า และนวัตกรรม จะผลักดันการอำนวยความสะดวกทางการค้า ความร่วมมือด้านเกษตร การฝึกอบรม การสนับสนุนสตาร์ทอัพและ SMEs โดยตั้งเป้าหมายร่วมกันเพิ่มมูลค่าการค้าทวิภาคีเป็น 3 เท่าภายในปี 2588 หรือ ค.ศ. 2045 พร้อมยกระดับความร่วมมือภายใต้ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นไทย–นิวซีแลนด์ และสานต่อความร่วมมือในกรอบ APEC, WTO, RCEP และความตกลงการค้าเสรีอาเซียน–ออสเตรเลีย–นิวซีแลนด์

3. ด้านวัฒนธรรมและความเชื่อมโยงระหว่างประชาชน จะส่งเสริมการแลกเปลี่ยนด้านวัฒนธรรม การศึกษา วิทยาศาสตร์ นวัตกรรม การท่องเที่ยว การพัฒนาทักษะและทุนการศึกษา รวมถึงสนับสนุนการกลับมาเปิดเที่ยวบินตรงระหว่างสองประเทศ และแสวงหาแนวทางอำนวยความสะดวกแก่ผู้เดินทาง นักเรียน นักท่องเที่ยว และนักธุรกิจ

4. ความร่วมมือระดับภูมิภาคและพหุภาคี ทั้งสองฝ่ายจะขยายความร่วมมือในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง และภูมิภาคแปซิฟิก ร่วมส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพ และความมั่นคงในภูมิภาคอินโด–แปซิฟิก ตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ พร้อมยืนยันเสรีภาพในการเดินเรือและการบินผ่านตามกฎหมาย

ทั้งนี้ นิวซีแลนด์ ยืนยันสนับสนุนประเทศไทย ในกระบวนการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ OECD

โดย ฐานิสร์ ทองนอก/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์