ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 33.15/16 อ่อนค่าจากช่วงเช้า รับราคาทองย่อตัว จับตาเงินเฟ้อสหรัฐฯ

ค่าเงินบาท [USDTHB.X] ปิดตลาดเย็นนี้ที่ระดับ 33.15/16 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าจากช่วงเช้าที่เปิดตลาดที่ระดับ 32.98/99 บาท/ดอลลาร์

นักบริหารเงิน จากธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า เงินบาทอ่อนค่าสุดเมื่อเทียบกับสกุลเงินส่วนใหญ่ในภูมิภาค ปัจจัยจากราคาทองคำที่ปรับลง ส่งผลให้ดอลลาร์แข็งค่า โดยระหว่างวันเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 32.97-33.17 บาท/ดอลลาร์

ในวันพรุ่งนี้ (12 ส.ค.) ตลาดรอดูการรายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือนก.ค. หรือเงินเฟ้อ เพื่อประเมินทิศทางอัตราดอกเบี้ยในช่วงที่เหลือของปีนี้ ทั้งนี้ หากเงินเฟ้อออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาด จะเพิ่มโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะเพิ่มดอกเบี้ยมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ดอลลาร์แข็งค่า และเงินบาทอ่อนค่าได้

นักบริหารเงิน คาดว่า วันพฤหัสบดี (13 ส.ค.) เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 32.90-33.30 บาท/ดอลลาร์

* ปัจจัยสำคัญ

– เงินเยน อยู่ที่ระดับ 159.28/29 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่ระดับ 159.13/14 เยน/ดอลลาร์

– เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1537/1538 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเช้าที่ระดับ 1.1547/1548 ดอลลาร์/ยูโร

– ดัชนี SET ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,612.62 จุด ลดลง 11.74 จุด (-0.72%) โดยมีมูลค่าการซื้อขาย 69,950.50 ล้านบาท

– สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติขายสุทธิ 113.82 ล้านบาท

– วิจัยกรุงศรี ประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจไทย ไตรมาส 3/69 การใช้จ่ายเติบโตดีขึ้น แต่อาจยังไม่ต่อเนื่อง ชี้แรงส่งทางเศรษฐกิจยังเผชิญความไม่แน่นอน ขณะที่ภาพรวมเศรษฐกิจโลก ความตึงเครียดในฮอร์มุซยังยืดเยื้อ หลังอิหร่านยกระดับเงื่อนไขเปิดช่องแคบ

– บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด ระบุว่า ทองโลกมีการปรับตัวขึ้น จากการที่ในภาพรวมโมเมนตัมทางเทคนิคของราคาทองคำในขณะนี้ เริ่มกลับมามีความแข็งแกร่ง โดยมีแรงซื้อจากธนาคารกลางจีน ประกอบกับการที่นักลงทุนได้เริ่มเข้าซื้อ เพราะกลัวการตกขบวนเป็นปัจจัยหนุน อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบยังคงมีการปรับตัวขึ้น หลังจากอิหร่าน กล่าวว่า สหรัฐฯ จะต้องยกเลิกการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่าน ก่อนที่อิหร่านจะยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเต็มรูปแบบ ในขณะที่ประธานาธิบดีทรัมป์ ได้ประกาศใช้มาตรการกดดันทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน แทนการใช้ปฏิบัติการทางทหาร พร้อมเรียกร้องให้อิหร่านจ่ายค่าชดเชยแก่ผู้เสียชีวิตจากสงครามการโจมตี และการประท้วง ซึ่งปัจจัยดังกล่าว อาจทำให้ตลาดมีความกังวลภาวะเงินเฟ้อและดอกเบี้ยเฟดที่เสี่ยงปรับตัวสูงขึ้นในอนาคต ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อทองคำ

– รองผู้ว่าการธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK) เปิดเผยว่า ธนาคารกลางเกาหลีใต้มีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม เพื่อรับมือกับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่ยังคงยืดเยื้อ

– นักลงทุนจับตาการเปิดเผยข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ในวันพรุ่งนี้ (12 ส.ค.) เพื่อหาสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของเฟด โดยทางการสหรัฐฯ จะเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือนก.ค. โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ดัชนี CPI เดือนก.ค. จะปรับตัวขึ้น 3.4% เมื่อเทียบรายปี หลังจากที่เพิ่มขึ้น 3.5% ในเดือนมิ.ย. และคาดว่าดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน จะเพิ่มขึ้น 2.5% ในเดือนก.ค. เมื่อเทียบรายปี หลังจากที่เพิ่มขึ้น 2.6% ในเดือนมิ.ย.

โดย ปภัสสร องค์พิเชฐเมธา/รัชดา คงขุนเทียน