
สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐทะยานขึ้น 17.423 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว สวนทางอย่างมากกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 1.8 ล้านบาร์เรล
สต็อกน้ำมันดิบที่เมืองคูชิง รัฐโอกลาโฮมา ซึ่งเป็นจุดส่งมอบสัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าของสหรัฐ ลดลงมาอยู่ที่ 1.611 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ซึ่งสิ้นสุดวันที่ 7 ส.ค. เมื่อเทียบกับ 2.356 ล้านบาร์เรลก่อนหน้านี้
สต็อกน้ำมันเบนซินลดลง 0.968 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าลดลง 1.1 ล้านบาร์เรล
สต็อกน้ำมันกลั่น ซึ่งรวมถึงฮีตติ้งออยล์และน้ำมันดีเซล ลดลงเพียง 10,000 บาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าลดลง 2 ล้านบาร์เรล
นักวิเคราะห์ระบุว่า ตัวเลขที่น่าประหลาดใจที่สุดคือปริมาณสำรองน้ำมันดิบที่พุ่งขึ้นอย่างมหาศาลกว่า 17 ล้านบาร์เรล ซึ่งสวนทางกับที่ตลาดคาดการณ์ไว้ว่าจะลดลง หากพิจารณาเฉพาะตัวเลขดังกล่าว ถือเป็นสัญญาณลบอย่างชัดเจนต่อราคาน้ำมัน เพราะสะท้อนว่าในระยะสั้น ตลาดน้ำมันสหรัฐฯ มีอุปทานส่วนเกินมากกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้
ข้อมูลล่าสุดจาก EIA ออกมาหลังรายงานของ API เพียงหนึ่งวัน ซึ่งเผยว่า ปริมาณสำรองน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นถึง 9.072 ล้านบาร์เรลในช่วงเวลาเดียวกัน
สัญญาซื้อขายน้ำมันดิบล่วงหน้าปรับตัวลดลงในช่วงเช้าวันพุธตามเวลาสหรัฐฯ หลังจากปรับตัวขึ้นต่อเนื่องมาสองวัน โดย ณ เวลา 9.51 น. ตามเวลานิวยอร์ก สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) [BRENT.X] อยู่ที่ 88.52 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 0.39 ดอลลาร์ หรือ -0.44% จากวันก่อน แต่ยังคงสูงกว่าช่วงเวลาเดียวกันของสัปดาห์ก่อนอยู่ประมาณ 9 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) [WTI.X] ก็ปรับตัวลดลงเช่นกัน โดยลดลง 0.44 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หรือ -0.53% มาอยู่ที่ 82.76 ดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าช่วงเวลาเดียวกันของสัปดาห์ก่อนอยู่ 7.50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
โดย ปนัยดา ปัทมโกวิท





