บมจ.ลอนดรี้ ยู [WASH] รายงานกำไรสุทธิในไตรมาส 2/69 อยู่ที่ 13.15 ล้านบาท ลดลง 59.43% YoY เนื่องจากบริษัทมีการลงทุนอย่างต่อเนื่องในการขยายสาขาใหม่และยกระดับสาขาเดิม ส่งผลให้ต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานเพิ่มขึ้น และงวด 6 เดือนปี 69 กำไรสุทธิที่ 32.32 ล้านบาท ลดลง 36.53% YoY

นายชิษณุพันธ์ ตั้งเฉลิมกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง WASH เปิดเผยว่า บริษัทฯ เดินหน้าเปิดสาขาใหม่ได้ตามแผนอย่างต่อเนื่อง โดยใน 6 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทฯ เปิดสาขาใหม่แล้วรวม 53 สาขา สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนที่เปิดได้ 34 สาขา ในจำนวนนี้เป็นการเปิดสาขาใหม่ในไตรมาส 2/69 เพิ่มอีก 28 สาขา สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนที่เปิดเพียง 15 สาขา หรือเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว ส่งผลให้ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 WashXpress มีสาขารวมทั้งสิ้น 644 สาขา แบ่งเป็นสาขาที่บริษัทฯ บริหารเอง 565 สาขา และสาขาแฟรนไชส์ 79 สาขา ครอบคลุม 22 จังหวัดทั่วประเทศไทย เพิ่มขึ้นจาก 21 จังหวัดในไตรมาสก่อน สะท้อนความต่อเนื่องของแผนขยายธุรกิจ ทั้งนี้ เพื่อมุ่งเน้นคุณภาพของการขยายสาขาควบคู่ไปกับการรักษามาตรฐานการให้บริการ บริษัทฯ ได้ปรับเป้าหมายจำนวนสาขาใหม่ในปี 2569 จาก 100 สาขา เป็น 80 สาขา ให้สอดคล้องกับสภาวะตลาดและทำเลที่มีศักยภาพในปัจจุบัน
ไฮไลต์สำคัญของไตรมาสนี้คือผลตอบรับเชิงบวกจากการลงทุนติดตั้งเครื่องปรับอากาศ (A/C Store) ซึ่งบริษัทฯ เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ต้นปี 2569 โดย ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทฯ ติดตั้งเครื่องปรับอากาศแล้วรวม 87 สาขา จากฐาน 17 สาขาเมื่อสิ้นปี 2568 และมีแผนติดตั้งเพิ่มอีก 30 สาขาให้ครบตามเป้าหมาย 100 สาขาภายในไตรมาส 3/69 ทั้งนี้ จากการติดตามผลอย่างใกล้ชิด บริษัทฯ พบว่ากลุ่มสาขาที่ติดตั้งเครื่องปรับอากาศแล้วมีอัตราการเติบโตของ SSSG สูงกว่าค่าเฉลี่ยโดยรวมของบริษัทฯ ที่สูงสุดถึง 15 Percentage Point ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่าการลงทุนดังกล่าวเป็นการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่ถูกต้อง ช่วยยกระดับประสบการณ์ลูกค้าและสร้างการเติบโตของยอดขายต่อสาขาได้อย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเดินหน้าขยายบริการมูลค่าเพิ่มภายใต้แนวคิด “Convenient Lifestyle” อย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันบริการซัก-อบ-พับ (Wash-Dry-Fold) เปิดให้บริการแล้วกว่า 274 สาขา บริการรีดผ้าเปิดให้บริการแล้ว 9 สาขา และบริการ Delivery รับ-ส่งผ้าถึงบ้านเปิดให้บริการครอบคลุมแล้ว 162 สาขาในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งล้วนเป็นบริการที่ช่วยสร้าง Recurring Income ที่มั่นคงในระยะยาว
“ผลประกอบการของ WASH ยังคงสะท้อนพื้นฐานธุรกิจที่แข็งแกร่ง ทั้งการเติบโตของรายได้ การขยายสาขาที่เดินหน้าได้เร็วกว่าปีก่อน และผลตอบรับที่ดีเกินคาดจากการลงทุนยกระดับสาขาด้วยเครื่องปรับอากาศ ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ว่ากลยุทธ์ที่บริษัทฯ วางไว้เดินมาถูกทาง เรายังคงเดินหน้าติดตั้งเครื่องปรับอากาศให้ครบ 100 สาขาภายในไตรมาส 3 นี้ พร้อมมุ่งมั่นส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้ผู้บริโภคทุกภูมิภาค และเพิ่มบริการ Delivery ทำให้ WashXpress ให้บริการแบบครบวงจรเป็นรายแรกของไทย เพิ่มความสะดวกสบายให้ลูกค้าและสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนและผลตอบแทนที่ดีแก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว” นายชิษณุพันธ์ กล่าว
สำหรับอัตราการเติบโตของรายได้จากสาขาเดิม (Same-Store Sales Growth: SSSG) ในงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 ลดลง 3.6% ขณะที่ไตรมาส 2/69 ลดลง 8.8% ซึ่งเป็นผลหลักจากฐานเปรียบเทียบที่สูงในปีก่อน เนื่องจากในไตรมาส 2/68 มีปริมาณฝนตกมากกว่าปกติ ทำให้การตัดสินใจเข้าใช้บริการเครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้าเพิ่มขึ้นเป็นพิเศษ ขณะที่ปี 2569 สภาพอากาศร้อนและปริมาณฝนน้อยกว่าปกติ ส่งผลให้ปริมาณการใช้บริการในลักษณะดังกล่าวลดลงตามไปด้วย ประกอบกับภาพรวมเศรษฐกิจในประเทศที่ชะลอตัวและกำลังซื้อผู้บริโภคที่ปรับลดลงตามค่าครองชีพที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ฐานลูกค้าประจำของบริษัทฯ ยังคงเหนียวแน่นและกลับมาใช้บริการอย่างสม่ำเสมอ ตอกย้ำจุดแข็งของธุรกิจร้านสะดวกซักในฐานะบริการที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน (Essential Service)
ด้านสถานะทางการเงิน ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 2,825.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.01% จากสิ้นปี 2568 ตามการลงทุนขยายสาขาและยกระดับสาขาเดิมอย่างต่อเนื่อง ขณะที่บริษัทฯ ยังคงรักษาสัดส่วนหนี้สินต่อทุนในระดับที่เหมาะสม โดยได้รับแรงหนุนจากฐานทุนที่แข็งแกร่งขึ้นภายหลังการเสนอขายหุ้น IPO ทั้งนี้ กำไรสุทธิงวด 6 เดือนอยู่ที่ 32.32 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิในไตรมาส 2/69 อยู่ที่ 13.15 ล้านบาท ปรับลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากสัดส่วนต้นทุนคงที่ โดยเฉพาะค่าเสื่อมราคาสินทรัพย์สิทธิการใช้และอาคารอุปกรณ์ที่เพิ่มขึ้นตามจำนวนสาขาใหม่ที่เปิดเพิ่มในอัตราที่สูงกว่าปีก่อน ประกอบกับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวจากการปิดปรับปรุงสาขาเพื่อติดตั้งเครื่องปรับอากาศ และการเพิ่มงบประมาณด้านการตลาดเพื่อสร้าง Brand Awareness และขยายฐานลูกค้าใหม่ตามแผนกลยุทธ์ระยะยาวของบริษัทฯ ซึ่งฝ่ายบริหารมองว่าเป็นการลงทุนที่จำเป็นเพื่อรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะถัดไป





