ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าปรับตัวขึ้นเป็นส่วนใหญ่ในวันนี้ (13 ส.ค.) หลังสหรัฐฯ เปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ที่ชะลอตัวลงสอดคล้องกับการคาดการณ์ ซึ่งทำให้นักลงทุนมีความหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนหน้า
- ดัชนีนิกเกอิ [NIKKEI.X] ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดเช้าที่ 68,609.92 จุด เพิ่มขึ้น 1,085.86 จุด หรือ +1.61%
- ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] ตลาดหุ้นฮ่องกงปิดเช้าที่ 25,457.33 จุด เพิ่มขึ้น 17.16 จุด หรือ +0.07%
- ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต [SSE.X] ตลาดหุ้นจีนปิดเช้าที่ 3,963.15 จุด เพิ่มขึ้น 16.48 จุด หรือ +0.42%
- ดัชนี KOSPI [KOSPI.X] ตลาดหุ้นเกาหลีใต้พุ่งขึ้น 4.48%
- ดัชนี S&P/ASX 200 [XJO.X] ตลาดหุ้นออสเตรเลียปรับตัวลง 0.35%
สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ (BLS) รายงานว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่สำคัญ ปรับตัวขึ้น 3.4% ในเดือนก.ค. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งชะลอตัวลงจากระดับ 3.5% ในเดือนมิ.ย. และสอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้
เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี CPI เดือนก.ค.ขยับขึ้นเพียง 0.1% ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ เนื่องจากราคาน้ำมันเบนซินปรับตัวลงเป็นเดือนที่สองติดต่อกัน
ส่วนดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่รวมราคาอาหารและพลังงานที่มีความผันผวน ปรับตัวขึ้น 0.2% เมื่อเทียบรายเดือน และเพิ่มขึ้น 2.5% เมื่อเทียบรายปี โดยตัวเลขดังกล่าวนี้ออกมาสอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์เช่นกัน
ทั้งนี้ ดัชนี CPI ที่ออกมาสอดคล้องกับการคาดการณ์ช่วยให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด โดยล่าสุด เครื่องมือ FedWatch ของ CME ระบุว่า ขณะนี้นักลงทุนคาดว่ามีโอกาสเพียง 40% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย. ซึ่งลดลงจากระดับ 46% ก่อนที่จะมีการเปิดเผยดัชนี CPI
นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐฯ ในวันนี้ และรอดูข้อมูลเศรษฐกิจด้านอื่น ๆ ในสัปดาห์นี้เช่นกัน ซึ่งรวมถึง จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ยอดค้าปลีกเดือนก.ค. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นต้นเดือนส.ค.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจในเอเชียเช้านี้ ทางการญี่ปุ่นเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นมาตรวัดต้นทุนสินค้าที่หน้าประตูโรงงาน เพิ่มขึ้น 7.2% ในเดือนก.ค. เมื่อเทียบรายปี ชะลอลงเล็กน้อยจากระดับ 7.3% ในเดือนมิ.ย. และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 7.4%
โดย รัตนา พงศ์ทวิช/ปรียพรรณ มีสุข





