
สำนักงานสถิติแห่งชาติอังกฤษ (ONS) รายงานในวันนี้ (13 ส.ค.) ว่า เศรษฐกิจสหราชอาณาจักรขยายตัว 0.3% ในเดือนมิ.ย. ผิดไปจากที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะไม่ขยายตัว หลังภาคธุรกิจได้รับอานิสงส์จากการหยุดยิงชั่วคราวในสงครามอิหร่านซึ่งช่วยคลายความกดดันด้านราคาพลังงาน ประกอบกับปัจจัยบวกจากการแข่งขันฟุตบอลโลก และสภาพอากาศที่อบอุ่นขึ้น ส่งผลให้เศรษฐกิจ UK ในไตรมาสที่สองขยายตัว 0.4% และมีแนวโน้มแข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศ (G7) ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569
ONS เผยว่า จำนวนบริษัทที่รายงานผลกระทบจากสงครามอิหร่านลดลงอย่างเห็นได้ชัดในเดือนมิ.ย. ซึ่งตรงกับช่วงที่มีการประกาศหยุดยิงชั่วคราว นอกจากนี้ ผู้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อุตสาหกรรมอาหาร การผลิตรายการโทรทัศน์ และธุรกิจโฆษณา ต่างได้รับแรงหนุนจากศึกฟุตบอลโลก ขณะที่ผู้ค้าปลีกและผู้ผลิตบางส่วนได้รับอานิสงส์จากสภาพอากาศที่อบอุ่นขึ้น อย่างไรก็ตาม บรรดานักเศรษฐศาสตร์เตือนว่าแนวโน้มเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังอาจชะลอตัวลง ท่ามกลางชนวนสงครามที่กลับมาระอุ และความเป็นไปได้ที่จะมีการปรับขึ้นภาษี
สรุปตัวเลขและดัชนีทางเศรษฐกิจที่สำคัญ:
- GDP เดือนมิ.ย. ขยายตัว 0.3% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ดีกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ที่ 0.0% หลังจากทรงตัวที่ 0.0% ในเดือนพ.ค.
- GDP ไตรมาส 2/2569 (เม.ย.-มิ.ย.) ขยายตัว 0.4% ชะลอลงจาก 0.6% ในไตรมาสแรก แต่สอดคล้องกับคาดการณ์ของนักวิเคราะห์
- สรุปดัชนีรายภาคส่วน เดือนมิ.ย.:
- ภาคบริการขยายตัว 0.4% และเป็นปัจจัยหลักขับเคลื่อนการเติบโต
- ภาคการผลิตอุตสาหกรรมหดตัว 0.2%
- ภาคการก่อสร้างหดตัว 0.1%
- การนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงพุ่งสูงที่สุดในเดือนมิ.ย. นับตั้งแต่เดือนธ.ค. 2565 (หลังปรับลดผลกระทบเงินเฟ้อ)
ก่อนหน้านี้ ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) คาดการณ์ GDP ไตรมาส 2 ไว้ที่ 0.3% แต่มองว่าการเติบโตพื้นฐานแท้จริงอยู่ที่ราว 0.1% และประเมินว่าเศรษฐกิจจะชะลอตัวลงเหลือ 0.0% ในไตรมาส 3 (ก.ค.-ก.ย.)
เศรษฐกิจในไตรมาสที่ 2 ขยายตัวท่ามกลางความไม่แน่นอนทางการเมืองภายในประเทศที่ผันผวนหนัก จนนำไปสู่การลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ เคียร์ สตาร์เมอร์ ในเดือนก.ค. ที่ผ่านมา
แอนดี เบอร์แนม นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของสหราชอาณาจักร ประกาศว่า รัฐบาลจะทำทุกวิถีทางเพื่อลดต้นทุนให้แก่ภาคธุรกิจท่ามกลาง “แนวโน้มทางการเงินที่ยากลำบาก” พร้อมให้คำมั่นว่าจะเร่งแก้ไขปัญหาค่าครองชีพของประชาชน
อย่างไรก็ดี บรรดานักวิเคราะห์เตือนว่า เศรษฐกิจอังกฤษยังเผชิญปัจจัยกดดันรอบด้าน ทั้งจากการกลับมาระอุของสงครามอิหร่านที่ดันราคาพลังงานให้พุ่งสูงขึ้นอีกครั้ง รวมถึงกระแสคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับขึ้นภาษีในงบประมาณประจำปีนัดแรกของ จอห์น ฮีลีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งมีกำหนดแถลงในวันที่ 28 ต.ค. นี้
โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/ปนัยดา ปัทมโกวิท




