บมจ.ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส [FSMART] เร่งเครื่องครึ่งปีหลังหนุนการเติบโต 8-10% ขณะที่เปิดตัวธุรกิจใหม่ “แมวส้ม เอสเตท” แพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร วางเป้าเปิดให้บริการไตรมาส 1/70 ต่อยอดเทคโนโลยี ระบบชำระเงิน และฐานผู้ใช้งาน สร้าง New Growth Engine ในระยะยาว

นายณรงค์ศักดิ์ เลิศทรัพย์ทวี กรรมการผู้จัดการ FSMART เปิดเผยว่า สำหรับทิศทางการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 บริษัทจะเดินหน้าเชิงรุกในทุกกลุ่มธุรกิจ เพื่อผลักดันรายได้รวมให้เติบโตตามเป้าหมาย 8–10% โดยให้ความสำคัญกับการเพิ่มรายได้จากฐานธุรกิจเดิม ควบคู่กับการขยายธุรกิจใหม่ ซึ่งธุรกิจสินเชื่อยังคงเป็นหนึ่งใน Growth Engine สำคัญของบริษัท โดยตั้งเป้าขยายพอร์ตสินเชื่อในปี 2569 เพิ่มขึ้นประมาณ 40% สู่ระดับ 2,200 ล้านบาท ผ่านแพลตฟอร์ม Digital Lending ที่ครอบคลุมกระบวนการตั้งแต่การสมัคร ตรวจสอบข้อมูล พิจารณาและอนุมัติวงเงิน ตลอดจนการติดตามและบริหารจัดการสินเชื่อ ซึ่งจะขยายฐานลูกค้าองค์กรที่มีสมาชิกมากกว่า 500,000 คนเพิ่มอีก 1-2 กลุ่ม จากปัจจุบันที่มีลูกค้าองค์กรที่มีสมาชิกประมาณ 500,000–1,000,000 คนจำนวน 2 องค์กร พร้อมขยายช่องทางการให้บริการผ่านพันธมิตรมากกว่า 1,500 สาขา ซึ่งบริษัทจะนำเทคโนโลยีและระบบวิเคราะห์ข้อมูลเข้ามาช่วยประเมินความเสี่ยง ติดตามพฤติกรรมการชำระหนี้ และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการอย่างมีคุณภาพและควบคุมความเสี่ยงในระยะยาว
ขณะที่กลุ่มธุรกิจเติมเงิน รับชำระเงินอัตโนมัติ และบริการทางการเงิน บริษัทตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าการทำรายการผ่านช่องทางรับชำระเงินประมาณ 8–10% จากปีก่อน พร้อมรักษาประสิทธิภาพเครือข่ายตู้บุญเติมกว่า 110,000 ตู้ทั่วประเทศ โดยมีกลยุทธ์สำคัญคือการเลือกทำเลที่มีคุณภาพ เพิ่มบริการใหม่ และกระตุ้นความถี่ในการใช้งาน เพื่อเพิ่มรายได้เฉลี่ยต่อตู้ หรือ ARPU ล่าสุดได้ขยายพันธมิตรตัวแทนธนาคารเพิ่มอีก 1 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารทหารไทยธนชาต “TTB” เป็น 9 ธนาคาร จากเดิม 8 ธนาคาร ในการเปิดให้บริการรับฝากเงินเข้าบัญชีผ่าน 3 ช่องทาง ได้แก่ ตู้บุญเติม ตู้เต่าบิน และเคาน์เตอร์ CenPay Powered by บุญเติม ช่วยเพิ่มความสะดวกแก่ลูกค้าและขยายช่องทางการเข้าถึงบริการทางการเงิน รวมถึงเดินหน้าขยายบริการฝากและโอนเงินสดสำหรับกลุ่มลูกค้าต่างด้าวในประเทศกลุ่ม CLMV และการเพิ่มบริการสลากออมทรัพย์ของ กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ผ่านเครือข่ายตู้บุญเติม ซึ่งจะช่วยเพิ่มความหลากหลายของบริการ และสนับสนุนการเข้าถึงระบบการเงินของประชาชนในวงกว้างมากขึ้น
ด้านธุรกิจสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า GINKA Charge Point บริษัทเดินหน้าขยายเครือข่าย ตั้งเป้าเพิ่มเป็น 1,000 หัวชาร์จภายในปี 2569 ครอบคลุมระบบ AC และ DC ในทำเลศักยภาพทั่วประเทศ พร้อมพัฒนาระบบชาร์จอัตโนมัติที่ใช้งานได้โดยไม่ต้องดาวน์โหลดแอปฯ รองรับการชำระเงินดิจิทัลและแจ้งเตือนสถานะแบบเรียลไทม์ เพื่อเพิ่มความสะดวกและโอกาสสร้างรายได้จากพื้นที่และบริการที่เกี่ยวข้อง ส่วนธุรกิจ “เต่าบิน” ซึ่ง FSMART ถือหุ้น 26.71% ตั้งเป้าขยายจำนวนตู้เป็น 10,000 ตู้ ในปี 2569 พร้อมพัฒนาเมนูและเครื่องดื่มพรีเมียม และนำ AI มาวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าและบริหารต้นทุน ต่อยอดแนวคิด “Integrated Lifestyle Experience” ด้วยการผสาน GINKA Charge Point กับ Tao Bin Cafe เพื่อเพิ่มรายได้ต่อพื้นที่ โดยปัจจุบันเปิดให้บริการแล้วที่สนามเป้า คาเฟ่นวลจันทร์ และสนามช้างอารีนา จ.บุรีรัมย์ พร้อมประเมินผลเพื่อขยายสู่ทำเลศักยภาพต่อไป
นอกจากนี้ FSMART ได้จัดตั้ง บริษัท แมวส้ม เอสเตท จำกัด เพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มซื้อ ขาย และเช่าอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร เตรียมเปิดให้บริการไตรมาส 1/70 ต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี ระบบชำระเงิน และฐานผู้ใช้งาน สู่ New Growth Engine สร้างรายได้ใหม่ในระยะยาว
“แม้เศรษฐกิจและกำลังซื้อยังเปราะบาง แต่บริษัทมั่นใจแผนครึ่งปีหลังจะช่วยหนุนการฟื้นตัว โดยเร่งเพิ่มบริการบนเครือข่ายเดิม ขยายสินเชื่ออย่างมีคุณภาพ เพิ่มจุด GINKA และตู้เต่าบิน พร้อมใช้เทคโนโลยีและ AI เพิ่มประสิทธิภาพ ควบคู่การบริหารต้นทุนและความเสี่ยง เพื่อสนับสนุนเป้าหมายรายได้ปี 2569 เติบโต 8–10%” นายณรงค์ศักดิ์ กล่าว
ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 6/2569 เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 ในอัตรา 0.18 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิเงินปันผล (XD) วันที่ 27 สิงหาคม 2569 กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับเงินปันผล (Record Date) วันที่ 28 สิงหาคม 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลวันที่ 10 กันยายน 2569
ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทมีรายได้รวมจากธุรกิจหลัก 1,260.1 ล้านบาท ลดลง 7.9% เมื่อเทียบหับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และมีกำไรสุทธิ 268.9 ล้านบาท ลดลง 14.3%YoY โดยมีมูลค่าการทำรายการผ่านเครือข่ายตู้บุญเติมรวม 17,658 ล้านบาท ลดลง 0.5%YoY ขณะที่ธุรกิจสินเชื่อมีรายได้ 168.5 ล้านบาท เติบโต 11.9% YoY และมียอดสินเชื่อคงค้าง 1,609 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.4% YoY ด้านธุรกิจที่ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า GINKA Charge Point มีจำนวนหัวชาร์จสะสมรวม 650 หัวชาร์จ เพิ่มขึ้น 51.9% YoY และมีตู้จำหน่ายเครื่องดื่มอัตโนมัติ “เต่าบิน” รวม 7,850 ตู้
ส่วนผลการดำเนินงานไตรมาส 2/69 บริษัทมีรายได้รวมจากธุรกิจหลัก 628 ล้านบาท ลดลง 8.7% YoY และลดลง 0.6% QoQ และมีกำไรสุทธิ 133.4 ล้านบาท ลดลง 14.1% YoY ลดลงด 1.5% QoQ





