บมจ.เพชรศรีวิชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ [PCE)] โชว์กำไรสุทธิไตรมาส 2/69 ที่ 214.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59.5% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน และมีรายได้รวมอยู่ที่ 7,057.8 ล้านบาท ลดลง 37.7% YoY แต่เพิ่มขึ้น 35.6% QoQ รับรู้รายได้จากผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะ ไบโอดีเซล (B100) และน้ำมันปาล์มกึ่งบริสุทธิ์ (RBDPO) พร้อมควบคุมต้นทุนได้ดี ครึ่งหลังปี 69 ลุยธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำมันไบโอดีเซล (B100) รับการใช้ในประเทศตามนโยบายภาครัฐ พร้อมขยายโรงงานผลิตน้ำมันปาล์มเพื่อการบริโภค คาดแล้วเสร็จไตรมาส 4/69 รองรับโอกาสการเติบโตสูงในอุตสาหกรรมอาหาร

นายพรพิพัฒน์ ประสิทธิ์ศุภผล รองกรรมการผู้จัดการสายงานกลยุทธ์และพัฒนาองค์กร PCE เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานไตรมาส 2/69 (สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2569) บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 214.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59.5% เทียบงวดเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 134.3 ล้านบาท และมีรายได้รวมอยู่ที่ 7,057.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35.6% QoQ ลดลง 37.7% YoY จากรายได้และผริมาณขายผลิตภัรฑ์หลัก CPO ลดลง ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับปริมาณผลผลิตปาล์มน้ำมันของประเทศ อย่างไรก็ตามรายได้จาก B100 และ RBDPO เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากความต้องการใช้ไบโอดีเซลที่เพิ่มขึ้นในประเทศ
ขณะที่ ผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกปี 2569 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 220.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.0% เทียบงวดเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 162.4 ล้านบาท และมีรายได้รวมอยู่ที่ 12,180.6 ล้านบาท ลดลง 27.5% YoY
ทั้งนี้ PCE มีความสามารถในการบริหารจัดการ โดยกำไรสุทธิปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัดส่วนผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม โดยเฉพาะน้ำมันไบโอดีเซล (B100) และน้ำมันปาล์มกึ่งบริสุทธิ์ (RBDPO) ขณะที่ EBITDA margin เพิ่มขึ้นเป็น 4.5% จาก 1.9% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งคาดว่า จะสามารถรักษาได้อย่างต่อเนื่องในครึ่งปีหลัง สะท้อนความสามารถในการทำกำไรจากการดำเนินงานที่ดีขึ้นของกลุ่มบริษัทฯ เป็นผลจากการมีโครงสร้างพื้นฐาน ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ การผลิต การซื้อมาขายไป (Trading) การบริหารคลังสินค้า การขนส่งทางรถและทางเรือ ไปจนถึงการจำหน่ายผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภททุกกลุ่มลูกค้า ทั้งอุตสาหกรรม (B2B) และกลุ่มลูกค้าผู้บริโภคทั่วไป (B2C) จึงมีความสามารถในการบริหารวัตถุดิบ การบริหารสัดส่วนผลิตภัณฑ์ และการเลือกช่องทางการจัดจำหน่ายที่เหมาะสม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดคุณภาพของผลการดำเนินงานในไตรมาสดังกล่าว
สำหรับแนวโน้มธุรกิจในครึ่งหลังปี 2569 ยังมีทิศทางที่ดี จากความต้องการใช้น้ำมันไบโอดีเซล (B100) ที่เพิ่มขึ้นจาก B5 เป็น B7 ซึ่งเป็นเกรดพื้นฐาน และ B20 เป็นเกรดทางเลือก รองรับความต้องการภายในประเทศ ตามนโยบายของภาครัฐ ซึ่งไบโอดีเซล (B100) เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม จะช่วยสนับสนุนผลการดำเนินงานภาพรวมของบริษัทฯ
นอกจากนี้ ด้านกลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำมันปาล์มเพื่อการบริโภค บริษัทฯ เดินหน้าขยายกำลังการผลิต โดยก่อสร้างโรงงานน้ำมันปาล์มเพื่อการบริโภคเพิ่ม คาดว่า จะก่อสร้างเสร็จสิ้น ภายในไตรมาส 4/69 เพื่อสร้างความมั่นคงด้านอุปทานสินค้า และรองรับโอกาสทางธุรกิจที่มีการเติบโตสูงในอุตสาหกรรมอาหาร ซึ่งปัจจุบันได้มีการขยายฐานลูกค้าต่อเนื่อง





