โกลด์แมน แซคส์ ชี้แรงงานอินเดียเสี่ยงตกงานจาก AI น้อยกว่าประเทศอื่น เพราะส่วนใหญ่ทำงานใช้แรง

ชานตานู เซนคุปตะ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ประจำอินเดียของ โกลด์แมน แซคส์ กรุ๊ป (Goldman Sachs Group) เปิดเผยในวันศุกร์ (14 ส.ค.) ว่า แรงงานของอินเดียมีความเสี่ยงต่ำที่จะถูกเลิกจ้างเป็นวงกว้างจากปัญญาประดิษฐ์ (AI) แม้ว่าตำแหน่งงานบางส่วนในภาคบริการอาจได้รับผลกระทบก็ตาม

เซนคุปตะกล่าวในการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวบลูมเบิร์กว่า ผลกระทบดังกล่าวจะมีอยู่อย่างจำกัดเมื่อเทียบกับอีกหลายประเทศ โดยระบุว่า “เหตุผลหลักคือแรงงานของเรามีจำนวนมาก และส่วนใหญ่อยู่ในสายงานเชิงกลหรือใช้แรงกายเป็นหลัก”

เซนคุปตะชี้ว่า ภาคการก่อสร้างและค้าปลีกครองสัดส่วนราว 40% ของแรงงานทั้งหมดในอินเดีย และ “ปัจจุบันยังไม่ได้รับผลกระทบจาก AI อย่างแท้จริง” พร้อมเสริมว่า “ภาคบริการต่างหากที่กำลังได้รับผลกระทบ” ทั้งนี้ ผลกระทบเชิงลบอาจลดลงได้ถ้าอินเดียค่อย ๆ นำ AI มาใช้อย่างเป็นลำดับขั้นตอน ซึ่งโกลด์แมน แซคส์ คาดว่าอาจช่วยเพิ่มผลิตภาพโดยรวมได้อีก 0.4 จุดเปอร์เซ็นต์ในกรอบเวลา 10 ปี

เซนคุปตะกล่าวว่า หากมีการทยอยนำ AI มาใช้อย่างค่อยเป็นค่อยไป อินเดียจะได้รับ “ประโยชน์ด้านผลิตภาพมากกว่าผลเสียจากการสูญเสียตำแหน่งงานที่อาจเกิดขึ้นในช่วงระยะเวลา 5 ปี”

บางส่วนของภาคการเงิน การบริการสุขภาพ การศึกษา และบริการทางธุรกิจจะได้รับประโยชน์จากการนำ AI มาใช้ ขณะที่ “จะมีความเสี่ยงในการถูกทดแทนอยู่บ้าง” โดยเฉพาะในภาคการไปรษณีย์และโทรคมนาคม รวมถึงบริการด้านไอที โดยเฉพาะงานคอลเซ็นเตอร์ (Call Centre)

ทั้งนี้ ความเข้มแข็งในการเติบโตทางเศรษฐกิจของอินเดียสร้างความประหลาดใจให้กับโกลด์แมน แซคส์ โดยแม้ว่าอินเดียจะต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมัน แต่อินเดียยังคงเป็นหนึ่งในประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่เติบโตเร็วที่สุด ขณะที่อัตราเงินเฟ้อปรับตัวขึ้นเพียงเล็กน้อยเมื่อเดือนที่แล้ว และยังคงอยู่ในกรอบเป้าหมาย 2%-6% ของธนาคารกลางอินเดีย (RBI)

นอกจากนี้ อุปสงค์ของอินเดียยังคงแข็งแกร่ง สะท้อนจากยอดขายยานยนต์ที่ทุบสถิติ การเติบโตของสินเชื่อที่สูงสุดในรอบ 2 ปี และรายรับจากภาษีสินค้าและบริการ (GST) ที่เติบโตในระดับตัวเลขสองหลัก

โดย ตนุพัฒน์ ปิยะรัตน์/พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต