SAMART มั่นใจครึ่งปีหลังโตแรง ล็อกเป้ากำไรปี 69 แตะ 700 ล้าน ลุยประมูลงานหมื่นลบ. ปั้น 4 New Growth Engine

บมจ.สามารถคอร์ปอเรชั่น [SAMART] กางแผนครึ่งปีหลังสดใส มั่นใจกำไรสุทธิปี 2569 เติบโตแบบ Double Digit แตะระดับ 700 ล้านบาท หลังตุน Backlog แน่นกว่า 1.48 หมื่นล้าน พร้อมเตรียมลุยประมูลงานใหม่เพิ่มอีกกว่า 10,000 ล้านบาท ดันผลงานทั้งปีโตแกร่ง เร่งเครื่องขับเคลื่อนองค์กรผ่าน 4 “New Growth Engine” พร้อมเตรียมเปิดตัวธุรกิจชาร์จ EV ร่วมกับพันธมิตรจีน ก.ย. นี้

นายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ รองประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายกลยุทธ์องค์กร บมจ.สามารถคอร์ปอเรชั่น [SAMART] กล่าวถึงทิศทางผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลัง มั่นใจเติบโตมากกว่าครึ่งปีแรก โดยเตรียมเข้าประมูลงานเพิ่มมากกว่า 10,000 ล้านบาท หนุนปริมาณงานในมือสิ้นปีทะลุ 20,000 ล้านบาท พร้อมมุ่งเน้นบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งเป้ากำไรเติบโตระดับตัวเลข 2 หลัก หรือแตะระดับ 700 ล้านบาทในปี 69 และในปี 70 ตั้งเป้ากำไรไว้ที่ 1,000 ล้านบาท

นอกจากการขับเคลื่อนธุรกิจหลัก กลุ่มบริษัทสามารถเดินหน้าสร้าง New Growth Engine เป็นกลยุทธ์เพื่อสร้างโอกาสและแหล่งรายได้ใหม่ โดยมุ่งเน้นธุรกิจที่สอดรับกับ Mega Trends และทิศทางการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี โดยตั้งเป้ารายได้จากธุรกิจใหม่ (New Engine) ให้มีสัดส่วนอย่างน้อย 10% ของรายได้รวมภายใน 2-3 ปีข้างหน้า เพื่อสร้างสมดุลให้กับพอร์ตรายได้ของกลุ่มบริษัท

  • AI Government – นำ AI มาต่อยอดจากโซลูชันเดิม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและการให้บริการภาครัฐ
  • Green Energy – พัฒนาโซลูชันด้านพลังงานสะอาด เช่น ระบบโซลาร์เซลล์และอินเวอร์เตอร์, ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่, ระบบชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า และระบบบริหารจัดการพลังงานอัจฉริยะ เป็นต้น โดยบริษัทร่วมมือกับพันธมิตรจีน เพื่อดำเนินธุรกิจระบบชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า โดยเตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนก.ย. นี้
  • Enterprise Business – ขยายฐานลูกค้าจากภาครัฐสู่ภาคเอกชนและกลุ่มองค์กร โดยต่อยอดความเชี่ยวชาญด้าน AI, Cybersecurity, ERP และ Cloud
  • Future Technology – ศึกษาเทคโนโลยีใหม่ เช่น Humanoid Robotics และ Automation เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจในอนาคต

โดยปัจจุบัน กลุ่มสามารถมีรายได้ประจำ (Recurring Income) อยู่ที่ประมาณ 6,000 ล้านบาทต่อปี โดยแบ่งสัดส่วนธุรกิจในเครือดังนี้ บมจ.สามารถเทลคอม [SAMTEL] 55-60% ของรายได้รวม บมจ.สามารถ เอวิเอชั่น โซลูชั่นส์ [SAV] 20-25% ซึ่งมีการเติบโตต่อเนื่องปีละประมาณ 10% บริษัท เทด้า จำกัด (TEDA) และ Samart U-Tran ประมาณ 20-25% และบมจ.สามารถดิจิตอล [SDC] ประมาณ 5% โดยในอนาคตกลุ่มธุรกิจดั้งเดิมยังคงสร้างการเติบได้อย่างต่อเนื่อง

“ปีนี้น่าจะเป็นอีกหนึ่งปีที่ดีสำหรับกลุ่มสามารถ เรามั่นใจว่าไม่มีบริษัทลูกตัวไหนที่จะขาดทุนจนส่งผลเสียต่อภาพรวมเหมือนในอดีต และเชื่อมั่นว่ากำไรสุทธิจะเติบโตขึ้นแบบ Double Digit เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา” นายวัฒน์ชัย กล่าว

อย่างไรก็ตามในปีนี้รายได้รวมของกลุ่มอาจปรับลดเป้าหมายลงบ้าง จากเดิมตั้งเป้าหมายรายได้ 14,000 ล้านบาท คาดว่าจะอยู่ที่ 13,000 ล้านบาท เนื่องจากปัจจัยภายนอก อาทิ ความล่าช้าของการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐในช่วงรอยต่อทางการเมือง และสถานการณ์สงครามที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก และส่งผลให้ต้นทุนสูงขึ้นเล็กน้อย ซึ่งบริษัทล็อคราคาล่วงหน้าไว้แล้ว อย่างไรก็ตาม ในด้านของกำไรสุทธิบริษัทตั้งเป้าจะเติบโตแบบ Double Digit เมื่อเทียบกับปีที่แล้วที่ทำได้ประมาณ 480 ล้านบาท โดยบริษัทเตรียมรับรู้รายได้จาก Backlog ในปัจจุบัน 14,889 ล้านบาท ซึ่งจะรับรู้รายได้ช่วงครึ่งปีหลัง 3,000 – 3,500 ล้านบาท ส่วนที่เหลือเตรียมรับรู้รายได้ต่อเนื่องใน 3 ปี อีกทั้งบริษัทมีแผนประมูลงานใหม่จำนวนมากในช่วงครึ่งปีหลัง ครอบคลุมทั้งงาน Digital ICT, ระบบสื่อสารและโครงสร้างพื้นฐาน, ระบบรักษาความปลอดภัย และโซลูชันบริหารจัดการพลังงาน

สำหรับผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรกของปี 69 บริษัทมีรายได้รวม 5,679 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และมีกำไร 280 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30% YoY ขณะที่ไตรมาส 2/69 มีรายได้รวม 2,838 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% YoY และมีกำไร 141 ล้านบาท ลดลง 12% YoY ในขณะที่เพิ่มขึ้น 1% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) สะท้อนการเติบโตของธุรกิจหลักและการทยอยรับรู้รายได้จากโครงการต่าง ๆ

“ผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกสะท้อนถึงการเติบโตของธุรกิจหลักและการรับรู้รายได้จากโครงการที่เพิ่มขึ้น โดยบริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารโครงการ และการส่งมอบงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไร และมุ่งต่อยอดความเชี่ยวชาญของแต่ละสายธุรกิจ โดยมองหาโอกาสจากโครงการและธุรกิจใหม่ที่สอดคล้องกับศักยภาพของกลุ่มบริษัท ขณะเดียวกันยังติดตามปัจจัยเศรษฐกิจและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์อย่างใกล้ชิด เพื่อปรับกลยุทธ์ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ และรักษาความต่อเนื่องของธุรกิจ ควบคู่กับการสร้างโอกาสในการเติบโตระยะยาว”

SAMTEL เดินหน้ารับงานใหม่ เสริมฐานรายได้

สายธุรกิจ Digital ICT Solutions ภายใต้ บมจ.สามารถเทลคอม [SAMTEL] ยังคงเป็นธุรกิจหลักของกลุ่มบริษัท โดยในไตรมาส 2/69 สามารถลงนามโครงการใหม่ๆ เช่น โครงการพัฒนาปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพระบบสารสนเทศเพื่อการบริหาร ทรัพยากรองค์กร จากบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) และโครงการพัฒนาระบบการรังวัดด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ กับกรมที่ดิน เป็นต้น มูลค่ารวม 2,358 ล้านบาท ส่งผลให้ ณ สิ้นไตรมาส 2/69 มี Backlog 7,997 ล้านบาท โดยมุ่งเน้นงาน Digital Transformation และระบบเทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับองค์กร พร้อมต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านระบบงานภาครัฐ รวมถึงพัฒนาโซลูชันใหม่ อาทิ AI, Cybersecurity, ERP และ Cloud เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการและขยายตลาดไปยังลูกค้ากลุ่มใหม่

Utilities & Transportation – รับรู้รายได้จากโครงการก่อสร้างและธุรกิจการบิ

สายธุรกิจ Utilities & Transportation มี Backlog ณ สิ้นไตรมาส 2/69 อยู่ที่ 6,738 ล้านบาท โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการเติบโตของธุรกิจก่อสร้างโครงการสายส่ง และสถานีไฟฟ้าแรงสูงแบบครบวงจรภายใต้ บริษัท เทด้า จำกัด (TEDA) รวมถึงโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษีสรรพสามิต ด้านธุรกิจการบริหารจัดการจราจรทางอากาศของ บมจ. สามารถ เอวิเอชั่น โซลูชั่นส์ [SAV] แม้ปริมาณเที่ยวบินในไตรมาส 2/69 ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ในบางช่วงเวลา แต่มีทิศทางปรับตัวดีขึ้นหากสถานการณ์ความขัดแย้งในหลายพื้นที่เริ่มคลี่คลาย รวมถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องของเที่ยวบิน โดยเฉพาะเที่ยวบิน Overflight จากเวียดนามที่เพิ่มขึ้น 24 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

Digital Communications – โตจากโครงการระบบวิทยุสื่อสารดิจิทัล (Digital Trunked Radio System: DTRS)

สายธุรกิจ Digital Communications ภายใต้ บมจ.สามารถดิจิตอล [SDC] มีรายได้ในไตรมาส 2/69 เพิ่มขึ้น จากการรับรู้รายได้และการติดตั้งอุปกรณ์ในโครงการจัดหาระบบวิทยุสื่อสารข่ายบังคับบัญชากระทรวงมหาดไทย (MOI) โดยมี Backlog ณ สิ้นไตรมาส 2/69 อยู่ที่ 154 ล้านบาท

นายวัฒน์ชัยกล่าวทิ้งท้ายว่า “ผลงานครึ่งปีแรกสะท้อนความแข็งแกร่งของธุรกิจหลัก ทั้งในด้านรายได้และกำไร ขณะที่ Backlog ยังเป็นฐานสำคัญในการรับรู้รายได้ในอนาคต เราจะเดินหน้าสร้างงานใหม่ควบคู่กับการสร้าง New Growth Engine เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ และในเวลาเดียวกันก็เตรียมคนรุ่นใหม่เข้ามาร่วมขับเคลื่อนกลุ่มบริษัทสามารถ เพื่อสร้างการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืนในอนาคต”

โดย วรินทร ศิรินอก